Mastercard ชี้ “เงินเฟ้อ” ถึงจุดสูงสุดแล้ว คาดใช้เวลาราว 2-3 ปีกว่าจะกลับสู่ระดับก่อนโควิด

510

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 ว่า เดวิด แมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จาก Mastercard Economics Institute กล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ในปี 2566 จะยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 และต้องใช้เวลา 2-3 ปีในการกลับสู่ระดับปี 2562

“คาดว่าเราจะกลับลงมาในทิศทางที่ย้อนกลับไปในปี 2562 ซึ่งเรายังคงถกเถียงกันว่ากี่ประเทศต้องการอัตราดอกเบี้ยติดลบ”

โดยธนาคารกลางทั่วโลกได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อเร็วๆ นี้ในเดือนพฤศจิกายนเพื่อตอบสนองต่ออัตราเงินเฟ้อที่สูง ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางจากกลุ่ม 10 ประเทศ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางออสเตรเลีย รวมถึงตลาดเกิดใหม่ เช่น อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินเดือนธันวาคมในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% หากนับรวมจนถึงปีนี้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 3.75%

“เงินเฟ้อกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากพุ่งสูงขึ้นและอยู่ในระดับที่สูงมาก” แมนน์กล่าว พร้อมเตือนว่าจะมีความเสี่ยงหากธนาคารกลางลงเอยด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่พวกเขาต้องการ “จะเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรง หากธนาคารกลางจบลงด้วยการไปไกลเกินไปเล็กน้อยและจากนั้นจำเป็นต้องกลับตัวอย่างรวดเร็ว”

ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคแม้อัตราเงินเฟ้อจะสูง แมนน์กล่าวว่าผู้บริโภคในสหรัฐยังคงเต็มใจที่จะใช้จ่ายตามดุลยพินิจในด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว  ซึ่งส่งผลให้การฟื้นตัวของการเดินทางในสหรัฐนั้นแข็งแกร่ง และผู้คนยังคงเลือกที่จะใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์มากกว่าสินค้าวัตถุ แต่ขณะเดียวกัน และมัธยัสถ์กับการใช้จ่ายสิ่งจำเป็นเพื่อให้สามารถซื้อสิ่งไม่จำเป็นได้

อ้างอิง : https://www.cnbc.com/2022/12/12/inflation-peaked-but-will-remain-above-pre-covid-levels-mastercard.html