วิกฤติโควิด-ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย ดัน “ทองคำ” เข้าสู่ตลาดหมี

499

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ว่า “ทองคำ” ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ตามมาด้วยการเทขายในวงกว้างหลังจากธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

โดย “ทองคำแท่ง” กำลังเข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) ซึ่งปิดต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 20% ในเดือนมีนาคม ท่ามกลางการถดถอยในวงกว้าง ตั้งแต่สินค้าโภคภัณฑ์ไปจนถึงหุ้น รวมถึงค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยนักลงทุนหลั่งไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเป็นเงินสดมากขึ้น หลังจากแผนเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรทำให้เกิดความกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอาจนำไปสู่ภาวะถดถอย

Gnanasekar Thiagarajan ผู้อำนวยการ Commtrendz Risk Management Services กล่าวว่า จุดอ่อนของทองคำแท่งคือ “มีแนวโน้มมากที่จะยังคงมีอยู่” เนื่องจากการตึงตัวของเงินซึ่งทำให้มีการถือครองทองคำมากขึ้น อย่างไรก็ตามความกลัวว่าเศรษฐกิจถดถอยและการเพิ่มความขัดแย้งในรัสเซียและยูเครนก็จะสามารถสนับสนุนราคาทองคำเช่นกัน

ทั้งนี้ทองคำ ซึ่งไม่มีดอกเบี้ยและกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มักจะมีความสัมพันธ์เชิงลบกับเงินดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ย โดยการไหลออกของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนยังคงดำเนินต่อไป โดยขณะนี้การถือครองใกล้จะต่ำสุดในปีนี้ กิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐหดตัวในเดือนกันยายนเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แม้ว่าจะอยู่ในระดับปานกลางมากขึ้นตามคำสั่งซื้อและอัตราเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงอีกขั้น

Spot gold ลดลง 1.6% สู่ระดับ 1,643.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดการขาดทุนรายสัปดาห์ครั้งที่ 2 ทองคำแท่งสำหรับการส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 1.5% สู่ระดับ 1,655.60 ดอลลาร์ในตลาดโคเม็กซ์ Bloomberg Dollar Spot Index พุ่งขึ้น 1.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนเงิน แพลตตินั่ม และแพลเลเดียมร่วงลงทั้งหมด

 

อ้างอิง : https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-09-23/gold-steadies-near-two-year-low-after-parade-of-rate-hikes?srnd=markets-vp