“WHART” เดินหน้าลงทุนเพิ่มในปี 2565 ขยายอาณาจักรกองทรัสต์ด้านโลจิสติกส์ สู่การเป็นผู้นำกองทรัสต์ Industrial ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

930

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท จ่อทะยานดันมูลค่าทรัพย์สิน แตะที่ระดับ 51,956.40  ล้านบาท หลังประกาศเพิ่มทุนในปี 2565 พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่ารวมไม่เกิน 4.05 พันล้านบาท มีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 159,963 ตารางเมตร บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เชื่อมต่อทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และผู้เช่าจัดเป็นบริษัทชั้นนำของกลุ่มธุรกิจ E-Commerce และ FMCG ที่สามารถสร้างความมั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว พร้อมสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคง

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน (Sponsor) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในครึ่งปีหลังว่า ยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่กลุ่มธุรกิจ E-Commerce มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น อีกทั้งในปีนี้ รัฐบาลได้มีการเปิดประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลายธุรกิจกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ ระบบการขนส่งต่างๆ กลับมาให้บริการทำให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีการปรับตัวมากขึ้น

สำหรับ WHA Group ถือเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาคลังสินค้าประเภท  Built-to -Suit ซึ่งเป็นอาคารคลังสินค้าที่สร้างตามความต้องการของลูกค้า และ General Warehouses ที่มีมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม รวมทั้งยังมีการให้บริการโซลูชั่นครบวงจร ทั้งระบบสาธารณูปโภค แพลตฟอร์มโครงสร้างด้านพลังงาน และระบบดิจิตอล โดยโครงการของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ความต้องการสูง บริเวณถนนบางนา-ตราด และพื้นที่ที่สอดรับกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นจุดยุทธ์ศาสตร์ทางเศรษฐกิจ และเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักด้านโลจิติกส์ของประเทศไทย  สอดรับกับเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการจัดหาบริการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ รวมถึงความร่วมมือกับธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ

โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ทาง WHA Group ได้มีการส่งมอบพื้นที่ไปแล้ว 194,300 ตร.ม. และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการส่งมอบโครงการคลังสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 51,000 ตร.ม.  นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวโครงการคลังสินค้าดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์แห่งใหม่ อีก 2 โครงการ และพื้นที่ส่วนต่อขยายของโครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม. 21 (WHA Mega Logistics Center Theparak KM. 21) รวมพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 420,000 ตร.ม.

ปัจจุบัน WHA Group มีพื้นที่เช่าของศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทุกศูนย์กลางการขนส่งของประเทศ ได้แก่ โซนบางนา-ตราด ที่เชื่อมต่อเข้ากับกรุงเทพได้ง่าย อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวก โซนวังน้อย จ.อยุธยา ที่ถือพื้นที่ที่สำคัญในการการกระจายสินค้าไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมไปถึงบริเวณ EEC ที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลให้ความสนใจสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และสามารถเข้าถึงท่าเรือแหลมฉบังได้อย่างสะดวก

ด้านนายอนุวัฒน์ จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) กล่าวว่า ปัจจุบัน กองทรัสต์ WHART เป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมมากที่สุดในประเทศไทย และสำหรับการเพิ่มทุนในปี 2565  เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมจาก WHA Group จำนวน 5 โครงการ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,050.86 ล้านบาท จะส่งผลให้ WHART มีมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์แตะที่ระดับกว่า 51,956.40 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1,743,696.80 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่จอดรถ 32 ,650.19 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าหลังคา 450,777.29 ตารางเมตร  ตอกย้ำการเป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมมากที่สุด โดดเด่นด้วยทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และความหลากหลายของกลุ่มผู้เช่า มีสัญญาเช่าระยะยาว  อีกทั้งการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินหลักในครั้งนี้ ยังช่วยสร้างการเติบโตและมั่นคงให้กับรายได้ของกองทรัสต์อย่างมั่นคงและยั่งยืน และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับความโดดเด่นของทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการที่กองทรัสต์ WHART คลังสินค้าประเภท  Built-to -Suit เป็นคลังสินค้าที่สร้างตามความต้องการของลูกค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้าน Operation ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกลุ่มลูกค้าที่มีการเช่าคลังสินค้า และโรงงานประเภทนี้โดยปกติจะทำสัญญาเช่าระยะยาวจึงทำให้กองทรัสต์ WHART มีความมั่นคงและมีฐานลูกค้าที่เช่าคลังสินค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาพรวมของการเพิ่มทุนในปีนี้ กองทรัสต์ WHART จะทำการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 5 โครงการ โดยมีพื้นที่เช่าอาคารรวม ประมาณ 159,963 ตารางเมตร โดยประกอบด้วย

  1. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 3 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
  2. โครงการดับบลิวเอชเอ ซิกโนด แฟคทอรี่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  3. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม.21 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
  4. โครงการดับบลิวเอชเอ-เคพีเอ็น เมกกะ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 2 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
  5. โครงการดับบลิวเอชเอ เซ็นทรัล เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ วังน้อย 63  ตั้งอยู่ที่ อำเภอ  วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“การเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมในทรัพย์สินที่มีศักยภาพ และมีกลุ่มผู้เช่าในกลุ่มธุรกิจที่มั่นคงและเติบโตและที่เป็นที่รู้จักอย่างเช่น บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด, บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด และมีสัญญาเฉลี่ยระยะยาว โดยภายหลังการเข้าลงทุนกองทรัสต์จะมีผู้เช่ากลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (3PLs) ในสัดส่วนร้อยละ 42 ของรายได้เฉพาะพื้นที่ส่วนที่มีผู้เช่า กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของรายได้เฉพาะพื้นที่ส่วนที่มีผู้เช่า และกลุ่มการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ในสัดส่วนร้อยละ 15 ของรายได้เฉพาะพื้นที่ส่วนที่มีผู้เช่า”

นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHART กล่าวว่า กองทรัสต์ WHART เป็นผู้นำกองทรัสต์ในกลุ่มคลังสินค้าและอุตสาหกรรม ที่มีปัจจัยสนับสนุนความแข็งแรง และโดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่มีทรัพย์สินในทำเลศักยภาพที่เป็นศูนย์กลางจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ ของประเทศไทย ความมั่นคงทางรายได้จากสัญญาเช่าระยะยาว เนื่องจากคลังสินค้าที่ WHART ลงทุนส่วนใหญ่เป็นคลังสินค้าประเภท Built-to-Suit อีกทั้งผู้เช่าพื้นที่ในทรัพย์สินของกองทรัสต์ เป็นผู้เช่าชั้นนำในกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโต ซึ่งความแข็งแกร่งเหล่านี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นจากประวัติการจ่ายผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอมาตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ และทรัพย์สินที่กองทรัสต์ WHART จะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ทั้ง 5 โครงการจะมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งเดิมให้กับกองทรัสต์ WHART  ได้มีประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งที่ 8 เท่ากับ 0.80 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบประมาณการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพิ่มขึ้นจากประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากทรัพย์สินเดิมของกองทรัสต์ WHART สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน ซึ่งเท่ากับ 0.78 บาทต่อหน่วยภายหลังการเข้าลงทุนในทรัพย์สิน เพิ่มเติมครั้งนี้

สำหรับการเพิ่มทุนของกองทรัสต์ WHART ครั้งนี้จะเสนอขายให้แก่ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์ที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนณ วันที่ 20 ต.ค.2565 และประชาชนทั่วไป (Public Offering) ซึ่งเป็นบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ทั้งนี้ คาดว่าการเสนอขายหน่วยทรัสต์จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยราคาเสนอขายจะประกาศให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของทางตลาดหลักทรัพย์ต่อไป