กานดา พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจอสังหาโค้งท้ายฟื้น ส่งทาวน์โฮมซีรีส์ใหม่ ลุยตลาด Q4

249

นายหัสกร บุญยัง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 คาดว่า กำลังซื้อชะลอตัวไปช่วงโควิด จะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น จากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ส่งผลให้คนในภาคบริการกลับมามีงานทำ และมีฐานะการเงินมั่นคงขึ้น

ประกอบมาตรการรัฐเอื้อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ดังนี้

1.มาตรการช่วยลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ จาก 2% เหลือ 0.01% และการจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับผู้ซื้อที่ทำการโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปี 2565 นี้

2.ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แข่งขันสูง เพื่อระบายสต็อก ทำให้เร่งออกโปรโมชั่นราคาที่อยู่อาศัยในต้นทุนเดิม เอื้อประโยชน์ให้ผู้ซื้อในช่วงสิ้นปีนี้

3.อัตราดอกเบี้ยนโยบายจากรัฐพยายามตรึงไว้โดยค่อย ๆ ขึ้น และการตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ของกลุ่มธนาคารใหญ่จนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งไทยดอกเบี้ยต่ำมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ แม้จะปรับขึ้นมาเป็น 1% แล้วก็ตาม

สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จะเปิด 3 โครงการทาวน์โฮมใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท ได้แก่

1.ไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 จำนวน 157 ยูนิต มูลค่า 500 ล้านบาท

2.ไอลีฟ ไพร์ม 2 ประชาอุทิศ 90 จำนวน 255 ยูนิต มูลค่า 600 ล้านบาท

3.ไอลีฟ พราวด์ พระราม 2 กม. 14 จำนวน 449 ยูนิต มูลค่า 1,100 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการ ไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 จะเป็นไฮไลท์ไตรมาสสุดท้ายของบริษัท เนื่องจาก เป็นทาวน์โฮมซีรีส์ใหม่สไตล์ English Garden มีขนาดที่ดิน 25 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย165 ตารางเมตร เทียบเท่าบ้านเดี่ยว มี 4 ห้องนอน และมีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง และออกแบบให้มีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุ โครงการตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าคูคต ไม่เกิน 10 นาที ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงาน 9 เดือน (มกราคม-กันยายน) ของปี 2565 ภายใต้กลยุทธ์ใหม่ปีแรก “Kanda Change” ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มทำเลในการพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ทำให้มียอดขายจำนวน 2,200 ล้านบาท เกินเป้าเดิมที่ตั้งไว้ 2,180 ล้านบาท ส่วนเป้ายอดขายทั้งปีอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท คาดว่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ขณะที่รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ประมาณ 1,350 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1,650 ล้านบาท ประมาณ 18%

สาเหตุสำคัญเกิดจากก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนงาน เนื่องจากปัญหาฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ที่บริษัทเปิดขายโครงการใหม่ และการปรับแผนการเปิดโครงการใหม่ไป 2 โครงการ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและฟังก์ชั่นของบ้านให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยคาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2565 ซึ่งตั้งเป้าไว้ประมาณ 2,500 ล้านบาท จะทำได้จริงประมาณ 2,000-2,100 ล้านบาท