“ยูโอบี” รับโอนพอร์ตรายย่อย “ซิตี้กรุ๊ป” มาเลเซียและไทยเรียบร้อย ตั้งเป้าเติบโตเท่าตัวใน 3- 5 ปี

534

ยูโอบีประกาศว่ายูโอบีได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซียและไทยอย่างเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วในวันนี้ ส่วนในอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 กิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยนี้ประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจเงินฝากรายย่อย  

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธนาคารในการขยายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในภูมิภาคอาเซียน นอกจากธุรกิจหลักของธนาคารในประเทศสิงคโปร์ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการแล้ว คาดว่าขนาดธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในทั้ง 4 ประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มีการให้บริการลูกค้าจำนวน 5.3 ล้านคน และเสริมทีมงานให้แกร่งขึ้นด้วยพนักงานอีก 5,000 คน

มร.วี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “กระบวนการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยที่แล้วเสร็จในมาเลเซียและไทยถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญ ในขณะที่เรายังคงมุ่งมั่นลงทุนในเครือข่ายสาขาในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง การซื้อกิจการนี้นอกจากจะเป็นการขยายธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งแล้วยังสนับสนุนความมุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นธนาคารที่ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนนึกถึงในการใช้บริการเป็นอันดับแรก

“วันนี้เรายินดีต้อนรับเพื่อนพนักงานและลูกค้ารายใหม่สู่ครอบครัวยูโอบี การรวมพนักงานซิตี้กรุ๊ปเข้าสู่ทีมงานที่มีคุณภาพของยูโอบีในทั้งสองประเทศ จะช่วยให้เรามีศักยภาพและความสามารถในการดำเนินการให้สำเร็จตามแผนการเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคนี้ให้เจริญเติบโตก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นให้ลูกค้าซิตี้กรุ๊ปได้สัมผัสประสบการณ์การโอนย้ายธุรกิจแบบราบรื่น ด้วยเครือข่ายการให้บริการ สาขาและเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลาย จากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้เรานำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้นแก่กลุ่มลูกค้าที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม”

ยูโอบีจะยังคงให้ความสำคัญกับการโอนย้ายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปให้เป็นไปอย่างราบรื่นในทั้ง 4 ประเทศ โดยหวังว่าการโอนย้ายลูกค้าทั้งระบบจะแล้วเสร็จในอีก 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า

“วันนี้ผู้ถือบัตรซิตี้แบงก์ยังใช้บัตรได้ตามปกติ ยังมีสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม เพราะยังใช้ระบบของซิตี้แบงก์ต่ออีกระยะ หลังจากนั้นจะเริ่มทยอยโอนไปสู่ลูกค้าบัตรของ UOB โดยการโอนย้ายจะทำให้ลูกค้ากระทบการใช้งานน้อยที่สุด ส่วนลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลยังใช้วงเงินที่ได้รับจากซิตี้แบงก์ได้ตามปกติ ซึ่งการรวมกันของสองธนาคารลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เดิมและลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ดีกว่าเดิม”

นอกจากนี้ ยูโอบียังได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 4 ท่านเพื่อเป็นผู้นำธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยที่ขยายตัวขึ้นในมาเลเซียและไทย ได้แก่

  • Ms Elaine Fan, Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี มาเลเซีย
  • Mr Ronnie Lim, Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี มาเลเซีย
  • นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
  • นายยุทธชัย เตยะราชกุล Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

มร. ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “กระบวนการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในประเทศไทยที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ช่วยผลักดันเป้าหมายของเราในการก้าวสู่การเป็นธนาคารในประเทศไทยที่ผู้บริโภคเลือกใช้บริการ

โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน จะเข้ามาช่วยเสริมกลุ่มลูกค้าของยูโอบี ประเทศไทย ที่เน้นกลุ่มลูกค้าด้านสินเชื่อที่มีหลักประกันได้อย่างลงตัว การรวมธุรกิจครั้งนี้จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินชั้นเยี่ยม รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรและสาขาตลอดจนช่องทางการให้บริการที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม”

นายยุทธชัย เตยะราชกุล Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า หลังกระบวนการเข้าซื้อกิจการทั้ง 4 ประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธนาคารมีเป้าหมายจะเดินหน้ารุกธุรกิจรายย่อย โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของฐานลูกค้าจาก 5.3 ล้านรายเพิ่มอีกเท่าตัวภายใน 3 – 5 ปี

สำหรับประเทศไทยธุรกิจรายย่อยของ UOB ขยับขึ้นเป็นอันดับ 6 และ ธุรกิจบัตรเครดิตขยับขึ้นเป็นอันดับ 3 ในประเทศไทย ซึ่งจะใช้ศักยภาพจากธุรกิจนี้ขายข้ามผลิตภัณฑ์ต่อยอดไปยังสินเชื่อและบริการด้านอื่นๆต่อไป

“ธนาคารจะให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มเวลธ์มากขึ้น โดยจะเน้นผู้ที่มีฐานรายได้สูงกว่าปานกลางหรือ 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เพราะกลุ่มนี้มีศักยภาพที่จะขึ้นไปสู่ลูกค้าบุคคลมั่งคั่งสูงในอนาคตได้”

อย่างไรก็ดีการซื้อกิจการซิตี้กรุ๊ปใน 4 ประเทศครั้งนี้มีมูลค่ารวม  120,000 ล้านบาท

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ยูโอบีได้เปิดตัวแคมเปญรีเฟรชแบรนด์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเจตจำนงในการตอกย้ำคุณค่าที่ธนาคารตั้งใจส่งมอบให้ลูกค้ารายย่อยของธนาคารโดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลางของธนาคาร  แคมเปญการสื่อสารล่าสุดแสดงให้เห็นว่าลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการ ความชอบ และเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ธนาคารสร้างผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ทันสมัย และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นรายบุคคลได้เป็นอย่างดี