จับตา “แบงก์ชาติญี่ปุ่น” หารือผลกระทบจากการยกเลิก “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” ในอนาคต

351
เงินเยน

สำนักข่าว The Business Times รายงานเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 อ้างอิงรอยเตอร์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนตุลาคมในวันนี้ (8 พ.ย.) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายได้หารือกันถึงสิ่งจำเป็นที่ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินเป็นระยะเวลายาวนาน และผลกระทบจากการยกเลิกการใช้อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำพิเศษ

สมาชิกบางรายของคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินจากทั้งหมด 9 คนมองเห็นสัญญาณว่า แรงกดดันเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยต้นทุนสินค้าในช่วงนี้เริ่มขยายวงออกไปมากยิ่งขึ้น โดยสมาชิกรายหนึ่งเตือนว่า “ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะพุ่งทะลุเป้าหมายครั้งใหญ่ได้”

“การประเมินแบบต่อเนื่องว่า การยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นพิเศษในอนาคตนั้น จะส่งผลกระทบต่อตลาดเช่นไร และนักลงทุนเตรียมตัวรับมือกับการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ดีหรือไม่ ถือเป็นเรื่องสำคัญ” สมาชิกคณะกรรมการกำกับนโยบายรายหนึ่งกล่าว

สมาชิกคณะกรรมการกำกับนโยบายอีกรายหนึ่งระบุกล่าวว่า แม้ว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในทันที แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องให้ความใส่ใจต่อผลข้างเคียงจากการดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายเป็นระยะเวลายาวนาน

ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของผู้บริโภคของญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีที่ 3.0% ในเดือนกันยายน ซึ่งท้าทายธนาคารกลางที่จะรักษาจุดยืนของนโยบายที่ง่ายเป็นพิเศษ เนื่องจากค่าเงินเยนที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 32 ปีทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น

ผู้ว่าการธนาคารกลางได้ตัดโอกาสที่จะปรับเป้าหมายนโยบายของ BOJ โดยกำหนดไว้ที่ลบ 0.1% สำหรับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและประมาณศูนย์สำหรับผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี จากมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของการผ่อนปรนที่ยืดเยื้อ การป้องกันอย่างไม่หยุดยั้งของ BOJ เกี่ยวกับขีดจำกัดอัตราผลตอบแทน 10 ปีได้ก่อให้เกิดการบิดเบือนในรูปของเส้นอัตราผลตอบแทน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้นด้วยค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง

ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 27 – 28 ต.ค.ที่ผ่านมา BOJ ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ และคงแนวนโยบายเชิงผ่อนคลายไว้เช่นเดิม ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางทั่วโลกที่เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

อ้างอิง : https://www.businesstimes.com.sg/government-economy/bank-of-japan-debated-impact-of-future-exit-from-easy-policy-amid-rising-prices