ออริจิ้น ยักษ์อสังหา บุกเฮลท์แคร์ ปี 66 เปิด รพ.กายภาพ-เวลเนสคลับ-คลินิกคนสัตว์เลี้ยง

447

นายพีระพงศ์​ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันออริจิ้นยึดยุทธศาสตร์เติบโตแบบพหุจักรวาล “Origin Multiverse” ขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กับธุรกิจใหม่

อย่างไรก็ดี ธุรกิจเฮลท์แคร์ ภายใต้การการดำเนินงานของ บริษัท ออริจิ้น เฮลท์แคร์ จำกัด เป็นพอร์ตสำคัญที่บริษัทเร่งขับเคลื่อนรับเมกะเทรนด์การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และได้แต่งตั้ง “ผศ.นพ.ชวกิจ ภูมิบุญชู” อดีตรองคณบดีฝ่ายศูนย์ความเป็นเลิศและศูนย์กลางบริการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เฮลท์แคร์ จำกัด เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานให้แข่งแกร่งขึ้น

ผศ.นพ.ชวกิจ ภูมิบุญชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เฮลท์แคร์ จำกัด กล่าวว่า ออริจิ้น เฮลท์แคร์ประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ด้านความงาม ศูนย์สุขภาพเฉพาะทาง เวชภัณฑ์ และแพลตฟอร์มบริการสุขภาพ โดยมีแผนขับเคลื่อนการเติบโตด้วย 3 คีย์หลัก ดังนี้

1. การเติบโตด้วยตนเอง

2. การจับมือกับพันธมิตรในลักษณะร่วมกันให้บริการ

3. การร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้น ๆ โดยตรง เพื่อให้สามารถเติบโตไปยังกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพได้อย่างรอบทิศทางและมีประสิทธิภาพ

เบื้องต้น ในช่วงต้นปี 2566 ออริจิ้นเฮลท์แคร์จะทยอยเปิดตัวบริการใหม่ เพื่อรุกธุรกิจสุขภาพมากขึ้น เช่น

– เดือนกุมภาพันธ์ 2566 เปิดตัว Health & Wellness Club สาขาแรกที่โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ (Park Origin Thonglor)

– เดือน เมษายน 2566 เปิดตัวคลินิกเฉพาะทางทันตกรรม และศูนย์ความงาม สาขาแรกที่โครงการวัน ออริจิ้น 24 สุขุมวิท 24 และเปิด Grand Opening โครงการคิน ออริจิ้น เฮลท์แคร์ เซ็นเตอร์ (Kin Origin Healthcare Center) โรงพยาบาลกายภาพบำบัดและสหคลินิกเวชกรรม แห่งแรก ที่สุขุมวิท 107 (แบริ่ง)

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย

1. ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น, โซ ออริจิ้น, ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ รวมมูลค่าโครงการกว่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2565 ราว 172,000 ล้านบาท

2. ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก

3. ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์

4. ธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว (Mega Trends) กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจพลังงาน ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร