3 กูรูบล็อกเชนไทยเชื่อ คริปโทฯจะเป็นสกุลเงินของโลก

773

“Cryptocurrency จะกลายมาเป็นสกุลเงินของโลกได้หรือไม่” เป็นคำถามที่ถกเถียงกันระหว่างกลุ่มคนที่เชื่อมั่นในสกุลเงินดิจิทัลและมองเห็นว่าอนาคตโลกจะต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลดิจิทัลเป็นหลัก ทั้งเพื่อเป็นการลดต้นทุนในการทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ รวมไปถึงการลดคาร์บอนฟุตปรินท์หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ชีวิตของเรา  ในขณะที่อีกกลุ่มยังคงมองว่า ขณะนี้แม้โลกไม่มีสกุลเงินดิจิทัลก็ไม่มีปัญหาอะไร การซื้อขายแลกเปลี่ยนก็เป็นอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่อดีต จากการใช้เงินสกุลหลักที่มีมูลค่าชัดเจน ทั้งการใช้จ่ายเงินสดในรูปแบบธนบัตรและเหรียญ หรือจะใช้จ่ายผ่านระบบOnline Payment ผ่านแอปพลิเคชั่นวอลเล็ตต่าง ๆ ในขณะที่มูลค่าที่แท้จริงของสกุลเงินดิจิทัลนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าอิงกับอะไร นอกจากราคาและมูลค่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการในตลาดของนักลงทุน หรือนักเก็งกำไรเสียมากกว่า

จากความเห็นของ 3 กูรูด้านบล็อกเชน ในกิจกรรม Forward The Future To Young Generation : เส้นทางสายอาชีพในอุตสาหกรรม Blockchain ครั้งที่ 5  โดยมี นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา จากบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นวิทยากรรับเชิญ ร่วมด้วยนายชานน จรัสสุทธิกุล และผศ. ดร. อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน จาก Forward Labs นั้นมองอนาคตของสกุลเงินของโลกว่า Cryptocurrency มีโอกาสที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เผยว่า ในอนาคตเงินจะไม่ได้อยู่ในรูปของกระดาษอย่างแน่นอน แต่เงินจะเป็นดิจิทัล 100% เนื่องด้วย Carbon Emission หรือสภาวะของโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกิจกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีมากถึง 52 พันล้านตัน โดยที่ 26% เกิดจากการผลิตพลังงานต่าง ๆ ส่วนอีก 74% เกิดจากทุก ๆ การใช้ชีวิตของคน เหนือกฎทุกอย่างคือโลกจะต้องอยู่รอด ซึ่งทางหนึ่งที่จะอยู่รอดได้คือการเลิกใช้กระดาษเป็นเงิน ภายในปี 2030 Net Zero จะต้องเกิดขึ้น

“ถ้าเรายังใช้เงินเฟียตในการโอนเงินไปต่างประเทศ ยิ่งถ้ามีจำนวน transaction มาก ๆ จะใช้เวลาเยอะ และเสียค่าธรรมเนียมสูง แต่ถ้าเป็นเงินดิจิทัลจะไม่มีต้นทุนสูงอย่างแบงค์ ไม่มีตัวกลาง สุดท้ายจึงไม่มีต้นทุนมาเก็บลูกค้า และอีกเหตุผลคือเรื่องของการมี Micro payment หรือ Nano entrepreneur เกิดขึ้น การใช้เงินดิจิทัลหรือ Cryptocurrency ที่หมุนเร็วมากกว่าเงินกระดาษ ก็จะสะดวกและประหยัดต้นทุนมากกว่า เช่น การทำธุรกรรมโดยผ่าน CBDC เป็นต้น”

นายชานน จรัสสุทธิกุล Co-Founder และ CEO ของ Forward Labs สตาร์ตอัพฟินเทคด้าน Blockchain ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า “ปัญหาที่มองเห็นในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่นทองคำ ในเรื่องของการ Settlement การเทรดทองคำยังไม่สามารถทำได้ 24 ชั่วโมงยังมีการปิดตลาดบางช่วงเวลาอยู่ ทั้งที่ราคาทองวิ่งตลอด 24 ชั่วโมง หรืออย่างการเดินเข้าร้านทองหน่วยน้ำหนักของทองในไทยและต่างประเทศยังแตกต่างกันของไทยเรียกว่าบาท ส่วนต่างประเทศใช้ทรอยออนส์ ทำให้เรทราคาของทองคำไทยและต่างประเทศไม่สอดคล้องกัน ทำให้เกิดแพลตฟอร์มที่สามารถนำทองคำมา Tokenize ได้ สามารถ lend, borrow asset สามารถทำการ short, long ได้ เกิด Gold future ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการ Settlements ซึ่งทุกอย่างจะเกิดการ Tokenize และ Digitize ที่ทำให้สิ่งของเกิดมูลค่าซื้อขายในโลกดิจิทัลอย่างแน่นอน”

ผศ.ดร. อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน Co-Founder และ Advisor ของ Forward Labs กล่าวเสริมว่า สิ่งที่ทำให้ Blockchain หรือ Cryptocurrency เป็นกระแสหลักได้จะต้องอาศัย 3 สิ่งคือ Utility, Simplicity และ Security สำหรับ Utility ต้องมี use case จริง ตัวอย่างเช่นบริษัทหนึ่งร่วมมือกับ IBM พัฒนาเครื่องมือในการ track การปล่อยคาร์บอนที่ผลิตภัณฑ์หนึ่ง ๆ ปล่อยออกมาในการผลิต โดยใช้บล็อกเชน ซึ่งทำให้ข้อมูลไม่สามารถแก้ไขได้ มีความถูกต้อง ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ว่าเสื้อแต่ละตัว ปล่อยคาร์บอนออกมาเท่าไหร่ และสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เชื่อว่าในอนาคตการใช้บล็อกเชนเพื่อช่วยโลกจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับ Simplicity ถ้าทุกวันนี้ยังพยายามอยากให้คนมาใช้บล็อกเชน โดยการเล่าว่า มี Hash function, proof of work, proof of stake จะยากมาก ๆ ที่จะทำให้คนมาทำความเข้าใจ และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้บล็อกเชน กลายเป็นกระแสหลัก ดังนั้นจะต้องเล่าให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องลงเทคนิคมากนัก เหมือนระบบการโอนของธนาคาร แค่สแกนจ่ายได้ก็พอ

สุดท้ายคือ Security แม้หลายคนบอกว่าบล็อกเชนปลอดภัยแต่ก็มีข่าวแฮ็กกันรายวัน ดังนั้นเราต้องทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อให้ได้ว่าปลอดภัยจริง ๆ คนต้องเชื่อว่าเงินที่ส่งไปให้เพื่อนหนึ่งล้านบาทที่อังกฤษ เพื่อนจะได้รับหนึ่งล้านบาทนั้นในบัญชี ต้องทำให้คนเชื่อในความไม่ผิดพลาดและเชื่อในความเร็ว ซึ่งอาจจะต้องอาศัยสถาบันต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือเข้ามาเล่นด้วย จึงจะทำให้บล็อกเชนหรือสกุลเงินดิจิทัลกลายเป็นกระแสหลักได้

กิจกรรม Forward The Future To Young Generation : เส้นทางสายอาชีพในอุตสาหกรรม Blockchain ครั้งนี้ จัดขึ้นที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ สามารถเข้าไปฟังแบบเต็ม ๆ ได้ที่แฟนเพจ Forward Labs