ยังอยู่ในขั้นตอนการพักตัว

255

คาดตลาดวันนี้ “Sideways” มองแนวรับที่บริเวณ 1,618 / 1,613 และแนวต้านที่บริเวณ 1,630 / 1,635 คาดตลาดอาจได้รับ Sentiment เชิงลบจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หลังเจ้าหน้าที่ FED บางท่านเริ่มส่งสัญญาณมีมุมมองให้ FED ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยตามอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงบ้างแล้ว ขณะที่บางท่านยังคงมีมุมมองให้ FED เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป และควรพิจารณาข้อมูลอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจของ FED อีกครั้ง เรามองเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้นต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง หลังปรับตัวขึ้นรับรู้ตัวเลขราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ต.ค. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 7.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด บ่งชี้สถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐเริ่มชะลอตัวลงและทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว อีกทั้ง Dollar Index เริ่มชะลอการอ่อนตัวลงบ้างเล็กน้อยล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 106.87+/- คาดเป็นปัจจัยลดความน่าสนใจของทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้างเล็กน้อย รวมทั้งเรามองว่าตลาดจะให้ความสนใจกับการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ต.ค. คาดจะออกมาที่ระดับ +8.3% YoY และ +0.4% MoM ชะลอตัวลงบ้างแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ทางด้านราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI. ส่งมอบเดือน ธ.ค. เมื่อคืนนี้วกตัวลง ปิดที่ระดับ 85.87 ดอลลาร์/บาร์เรล -3.09 ดอลลาร์ (-3.47%) ตามความกังวลจีนอาจออกมาตรการคุมเข้ม COVID-19 อีกครั้ง หลังพบผู้ติดเชื้อใหม่เร่งตัวขึ้นในหลายเมือง กระทบถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มการเปิดประเทศของจีนในระยะถัดไป คาดจะกดดันทิศทางราคาน้ำมัน-หุ้นในกลุ่มพลังงานอ่อนตัวลงปรับฐานใหม่ได้บ้างในระยะสั้น

สำหรับปัจจัยในประเทศเรามีมุมมองเป็นกลางต่อการประกาศผลประกอบการ 3Q’65 ของตลาดในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุด Bloomberg Consensus คาดการณ์ EPS ตลาดหุ้นไทยในช่วงปีนี้ลดลงเหลือระดับเพียง 104.0+/- จากช่วงแรงของการประกาศผลประกอบการที่ระดับ 106.0+/- สะท้อนแนวโน้มการปรับประมาณการขึ้นของผลกำไรของ บจ. ในตลาดโดยนักวิเคราะห์เริ่มลดลง ขณะที่สัปดาห์นี้แนะนำติดตามการประชุม APEC คาดอาจเห็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่ม APEC มากขึ้น มองเป็นปัจจัยเชิงบวกหนุนทิศทางเศรฐกิจไทยในช่วงปีหน้าฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง รวมทั้งเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ในระดับ 35.6 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามทิศทางเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (HMPRO, GLOBAL, DOHOME และ TASCO) และหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CRC, MAKRO และ BJC) จากแนวโน้มการออกงบเยียวยาน้ำท่วมหลังสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มผ่อนคลายลง รวมทั้งแนวโน้มการออกมาตรการรัฐอาทิช็อปดีมีคืนในช่วงปลายปี คาดจะหนุนทิศทางราคาฟื้นตัวกลับขึ้นได้ต่อ อย่างไรก็ดีเราแนะนำระมัดระวังแรงขายลดความเสี่ยงหุ้นในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์หลังมีความกังวลเกี่ยวกับการชำระราคาจากการปรับตัวลงแรงของหุ้น MORE คาดอาจเกิดแรงขายลดความเสี่ยงระยะสั้นออกมาได้บ้าง

 

ธีมการลงทุน   “Selective Play”

หุ้นแนะนำวันนี้  “DMT”

กลยุทธ์  ทยอยซื้อสะสม แนวรับ 10.50 / 10.30 Target 11.00 / 11.80 Stop <10.20

https://www.aira.co.th/upload/Market_1668476765_26635.pdf