“เอสจี แคปปิตอล” เดินหน้าเข้า SET เคาะราคาไอพีโอ 3.90 บ. คาดเทรด 13 ธ.ค.

461

นางสาวบุษบา กุลศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนในการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งนับเป็นอีกก้าวความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการด้านสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย ที่ต่อยอดมาจาก บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) โดยเฉพาะสินเชื่อประเภทให้เช่าซื้อรถยนต์แบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียน และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ภายใต้แบรนด์ “รถทำเงิน” มีการเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะประเภทรถบรรทุก และการขยายไปยังธุรกิจการให้สินเชื่อต่างๆ อย่างครอบคลุม

โดยการเข้าระดมทุนครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าลูกหนี้พอร์ตสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 จาก ณ สิ้นไตรมาส 3  มีมูลค่าลูกหนี้ 15,102 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 820 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.08% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ โดยมี SINGER ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วนก่อน IPO 100% จะยังคงถือหุ้น SGC หลัง IPO ในสัดส่วนที่ประมาณ 74.92%

ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกที่ราคา 3.90 บาทต่อหุ้น มูลค่าการเสนอขายรวม 3,198 ล้านบาท กำหนดเปิดจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วน 1.4326 หุ้นสามัญของบริษัทต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SGC ระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤศจิกายนนี้ ส่วนประชาชนทั่วไป และบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อหุ้น IPO ได้ในวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน และวันที่ 1 – 2 ธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 13 ธันวาคมนี้

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง  9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,665 ล้านบาท เติบโต 27.% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ย ประกอบด้วย รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงิน 46.% และรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักร สัดส่วน 51.% ที่เหลือเป็นรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อสวัสดิการพนักงาน และดอกเบี้ยสินเชื่อผ่อนทองและสินเชื่ออื่นๆ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 467. ล้านบาท พร้อมด้วยการควบคุมลูกหนี้ที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ต่อสินเชื่อรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 3.7 %

ทั้งนี้บริษัทถือว่ามีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตด้วยกลยุทธ์ การมีพนักงานขายในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรถทำเงินเป็นมืออาชีพ รวมถึงการสรรหาพนักงานขายจากคนในพื้นที่ พร้อมทั้งนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น ควบคู่การคุมรักษาคุณภาพลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง มีเครือข่ายดีลเลอร์ (Dealer) และตัวแทน (Agent) ในกลุ่มสินเชื่อรถทำเงินที่หลากหลายจำนวน 1,859 ราย และการเข้าถึงลูกค้าผ่านเครือข่ายสาขาและสาขาแฟรนไชส์ของบริษัทในเครือที่มีอยู่กว่า 4,154 สาขา ครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศไทย เป็นจุดแข็งที่ทำให้ SGC สามารถครองใจลูกค้า และมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

โดยจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจการให้บริการสินเชื่อเพื่อรองรับลูกค้ารายใหม่ และนำเงินทุนบางส่วนไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท จำนวนเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์และเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ และข้อจำกัดด้านต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท (บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) จำนวนเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท คาดว่าจะชำระคืนภายในไตรมาส 3/2566 จึงมั่นใจว่าการระดมทุนครั้งนี้ จะสนับสนุนให้บริษัทมีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในอนาคตและมีสถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นางยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหาร หัวหน้าสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม เปิดเผยว่า สำหรับราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 3.90 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) เท่ากับ 16.4 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 65) ทั้งนี้ พิจารณานำ P/E เฉลี่ยของบริษัทเทียบเคียงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง มาเป็นข้อมูลประกอบการเปรียบเทียบ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของ P/E เท่ากับ 24.9 เท่า

โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 13 ธ.ค. ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ ในชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “SGC”