เซฟภาษี SSF-RMF ธีมเด่น ฝ่าความผันผวนโค้งท้ายปี 65

495

คัดกองทุน SSF-RMF ส่งท้ายปี เลือกให้เหมาะกับเศรษฐกิจโลกและธีมระยะยาว ผู้จัดการกองทุนมองหุ้นไทยเด่นสุด ตามด้วยหุ้นจีน เวียวดนาม แนะกระจายเสี่ยงให้พอร์ตด้วยกองตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย ส่ง SSF น้องใหม่ลงทุนเวียดนาม หลัง Valuation น่าสนใจลงทุนยาว มอร์นิ่งสตาร์เผยกลุ่ม Global Equity ยอดฮิต

นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างชัดเจน เห็นได้จากธนาคารกลางหลายประเทศได้เร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น และการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้เงินเฟ้อในประเทศอื่นๆ เร่งตัวขึ้นตามไปด้วย การที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก มาจากปัญหาด้านอุปทาน (Supply) จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

รัสเซียและจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกต่างส่งออกได้น้อยลง ซึ่งเป็นผลจากสงครามและการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงในปี 2566 จากผลของฐานที่สูงขึ้น และหน่วยงานต่างๆ จะทยอยปรับลดคาดการณ์จีดีพีโลกในเร็วๆ นี้ การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2566 จะมีความแตกต่างกัน โดยเศรษฐกิจของประเทศตะวันตกมีแนวโน้มหดตัวหรือเข้าสู่ภาวะถดถอย ในขณะที่เศรษฐกิจเอเชียและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มกลับมาเติบโตดี เนื่องจากเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัว และมีแรงส่งจากความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (pent-up demand)

บลจ.กรุงศรี มองหุ้นไทยน่าสนใจที่สุด

ตามด้วยจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น

บลจ.กรุงศรี มีมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาดว่ามีแนวโน้มที่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนว่า ดอกเบี้ยจะไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับใด ความเสี่ยงขาลงยังคงมีอยู่สูง ทั้งนี้ ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดหุ้นสหรัฐอาจปรับตัวลงอีกอย่างน้อย 10% จากระดับปัจจุบัน และเฟดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอาจขยายตัวเพียง 0.2% ในปี 2565 ก่อนที่จะขยายตัว 1.2% ในปี 2566

เงินเฟ้อสหรัฐฯจะทยอยปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง โดยค่าแรงที่เพิ่มราว 5% ในปีนี้และเงินเฟ้อที่ขยายตัวเป็นวงกว้างจะส่งผลให้เงินเฟ้อชะลอลงช้า การแข็งค่าของดอลลาร์ช่วยลดแรงกดดันเดินเฟ้อได้บ้าง ดังนั้น หากดอลลาร์อ่อนค่าลง เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้น

หุ้นยุโรป ยังคงมีความเสี่ยงสูงจากหลายปัจจัย และยังไม่เห็นว่าปัญหาจะยุติเมื่อใด จึงแนะนำให้ชะลอการลงทุนในภูมิภาคดังกล่าว เพราะมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยสูงมาก ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจอาจเริ่มหดตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/65 จากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ และปัญหาวิกฤตพลังงาน ภัยแล้ง การขาดแคลนอาหาร และการขาดแคลนอุปทาน อีกทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสูงอาจนำไปสู่การประท้วงที่รุนแรงในหลายประเทศ

หุ้นญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินเยนจะส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นที่อยู่ในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศเป็นเงินเยนได้มากขึ้น และธนาคารกลางญี่ปุ่นยืนยันที่จะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปเพื่อหนุนให้เศรษฐกิจขยายตัว เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ และการเปิดประเทศเต็มรูปแบบจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

หุ้นจีน ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเช่นกัน จากการที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว ราคาหุ้นปรับลงมามาก มีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ปัจจุบันรัฐบาลจีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยล่าสุดอยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ การผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด และการเปิดประเทศ จะส่งผลให้จีนกลับมาเติบโตได้ดี และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก จีนไม่มีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ การชะลอตัวของเศรษฐกิจเป็นผลจากการล็อกดาวน์เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวันยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด

หุ้นเวียดนาม มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งโดยไตรมาสล่าสุดมีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงถึง 13% การบริโภคภายในประเทศเติบโตสูงถึง 50% มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่หุ้นมีราคาถูกอีกด้วย

สำหรับหุ้นไทยมีภาพรวมที่น่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีกว่าที่คาด และโตสวนทางกับเศรษฐกิจโลก โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภายในประเทศ และการส่งออก ซึ่งสะท้อนว่าเครื่องจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อเนื่อง

ด้านการส่งออกของไทยในปี 2565 นี้ขยายตัวได้ดีในทุกตลาด ยกเว้นตลาดจีน หากจีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยอย่างมาก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างช้าๆ เพื่อให้ดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับปกติ

ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ควรเน้นลงทุนในกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรอให้ตลาดมีความชัดเจนมากกว่านี้ นอกจากนี้การลงทุนในหุ้น Defensive ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

กองทุน RMF-SSF แนะนำ

นางสุภาพรกล่าวว่า การลงทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและธีมการลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคตจะช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะ ผู้สนใจลงทุนในกองทุนที่ให้สิทธิลดภาษีได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ควรพิจาณาลงทุนในภูมิภาคที่น่าสนใจหรือธีมที่มีโอกาสเติบโตควบคู่ไปกับระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้

ยกตัวอย่าง ถ้ารับความเสี่ยงได้สูง อาจเลือก SSF และ RMF ที่ลงทุนในหุ้นไทยที่เป็นบริษัทใหญ่ใน SET 100 สำหรับ บลจ.กรุงศรี มีกองทุน KFS100SSF/KFS100RMF หรือ KFCMEGASSF/ KFCMEGARMF ที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทเมกะเทรนด์ของจีน KFVIETSSF/KFVIETRMF ที่ลงทุนในหุ้นเวียดนาม KFGBRANSSF/KFGBRANRMF ลงทุนในแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าอยู่ทั่วโลก

การลงทุนในหุ้นธีมยั่งยืน บลจ.กรุงศรี มีกองทุน KFESGSSF/KFESGRMF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีคุณภาพสูงและสอดคล้องกับธีมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาติ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 193 ประเทศทั่วโลก และเม็ดเงินลงทุนในธีม ESG ยังคงเป็นบวกในขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นปรับลดลง หรือถ้าไม่อยากเสี่ยงมากก็กระจายมาลงทุนใน SSF และ RMF กลุ่มตราสารหนี้อย่าง KFAFIXSSF และ KFAFIXRMF เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตในภาพรวมได้

บลจ.กสิกรไทย

มองหุ้นเวียดนาม Valuation น่าสนใจ

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ได้จัดตั้งกองทุนเปิดเค เวียดนาม หุ้นทุน เพื่อการออม (K-VIETNAM-SSF ) เพื่อเติมเต็มทางเลือกให้ครบทุกเป้าหมายการลงทุน เน้นสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวตามแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม

กองทุน K-VIETNAM-SSF มีรูปแบบการลงทุนแบบ Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในกองทุนหลักอย่าง กองทุนเปิดเค เวียดนาม หุ้นทุน (K-VIETNAM) เพียงกองทุนเดียว ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนามชั้นนำ หลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งอสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุปโภคบริโภค และการเงิน ด้วยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนตรงในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งเป็นทีมบริหารชุดเดียวกับกองทุน K-VIETNAM ที่สร้างผลการดำเนินในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างโดดเด่น

บลจ.กสิกรไทย มองว่า ตลาดหุ้นเวียดนามยังคงมีความน่าสนใจจากปัจจัยภายในประเทศทั้งในแง่เศรษฐกิจที่จีดีพีขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตได้ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค และจำนวนประชากรวัยแรงงานมีสัดส่วนสูงที่สุดในอาเซียน ซึ่งเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว ที่ผ่านมาตลาดหุ้นเวียดนามมีการปรับตัวลดลงอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับตัวลงมากค่อนข้างมากของตลาดหุ้นเวียดนามได้สะท้อนระดับความกังวลไปส่วนหนึ่งแล้ว และมองว่า ปัจจุบัน Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยทั้งนี้ ยอมรับว่าความเสี่ยงหลักขึ้นอยู่กับแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศในช่วงต่อไปด้วยเช่นกัน

กองทุนยอดฮิต กลุ่ม Global Equity

มอร์นิ่งสตาร์ รายงานภาพรวมกองทุนลดหย่อนภาษี SSF และ RMF ในรอบ 9 เดือน (สิ้นสุด 30 ก.ย.2565) โดยกลุ่ม Global Equity ยังคงได้รับความสนใจจากการลงทุนเพื่อการออม โดยในไตรมาสล่าสุดมีเงินไหลเข้าเพิ่มอีกเกือบ 300 ล้านบาท รวม 9 เดือนเงินไหลเข้าสุทธิสะสมแตะ 1,000 ล้านบาท แต่โดยรวมมูลค่าทรัพย์สินยังหดตัวลงจากผลตอบแทนที่ยังคงติดลบต่อเนื่อง

ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดกองทุนเพื่อการออมยังมีภาพคงเดิม บลจ.กสิกรไทย มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดราว 1 ใน 4 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 9,600 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีเงินไหลเข้าเป็นอันดับที่ 2 ในขณะที่บลจ.ไทยพาณิชย์ มีส่วนแบ่งตลาด 23.5% มีเงินไหลเข้าสูงสุดในไตรมาสที่ผ่านมา รวม 9 เดือนเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดระดับ 1,000 ล้านบาท