บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะลงทุนหุ้นเวียดนาม

398

เศรษฐกิจเวียดนามยังอยู่ในแนวโน้มการเติบโตที่สูง และกำลังมีบทบาทที่เพิ่มขึ้นใน Supply Chain ของโลก ปัจจัยหนุนที่สำคัญคือการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศที่ใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังนานาประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมมือถือและอุปกรณ์ สินค้าอิเล็กทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์และชิ้นส่วนเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งเวียดนามยังคงได้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับประเทศและกลุ่มประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นการลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน เพิ่มโอกาสทางการตลาด

และที่สำคัญคือ เวียดนามเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการกระจายฐานการผลิตออกจากจีน ซึ่งระยะหลังนี้ จีนมีความเสี่ยงด้านนโยบายคุม Covid, มีความเสี่ยงด้านพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นระยะ และจีนยังมีความเสี่ยงจากการถูกกีดกันทางการค้าจากชาติตะวันตกอีกด้วย

  • เวียดนามได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีไปแล้ว 15 สัญญา กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาอีก 3 สัญญา และอยู่ในระหว่างการศึกษาอีก 8 สัญญา ซึ่งข้อตกลงการค้าของเวียดนามได้ทำไว้กับประเทศเศรษฐกิจใหญ่จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นสหรัฐEU จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย รวมถึงอยู่ในข้อตกลงการค้าที่กลุ่ม ASEAN ทำไว้กับประเทศอื่นๆ อีกด้วย
  • เวียดนามกำลังขยายคลัสเตอร์ของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยโซนเศรษฐกิจ (Economic Zone)3 แห่งคือ ทางตอนเหนือ ตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศ โดยมีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนโดยเฉพาะบริษัทระดับโลก และกำลังมีการขยายตัวของ Supply Chain ที่สำคัญของแต่ละอุตสาหกรรม
  • ระดับความเชื่อมโยงในValue Chain โลก (GVC) และ Value Chain ภูมิภาค (RVC) ในการวัดความเชื่อมโยงของ Supply Chain ในตลาดโลกและตลาดในภูมิภาคนั้น พบว่า เวียดนามอยู่ในลำดับขั้นความเชื่อมโยงที่สูงมากในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิคและยังมีทิศทางที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย โดย RVC คือ “Regional Value Chain” หรือระดับความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และ GVC คือ “Global Value Chain” หรือความเชื่อมโยงใน Value Chain ของโลก

       ในขณะที่ “RVC-GVC Intensity” เป็นการเปรียบเทียบสัดส่วนของความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคเทียบกับระดับโลก ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่า 1 หมายถึงความเชื่อมโยงในภูมิภาคน้อยกว่าระดับโลก

       ความเชื่อมโยงใน Supply Chain โลกที่เพิ่มขึ้นของเวียดนาม ได้รับแรงผลักดันจากการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) และการที่จะส่งเสริมให้มีการลงทุนเพิ่มก็จำเป็นจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวให้สอดคล้องกัน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ลดต้นทุนด้านโลจิสติคส์ เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร

       รวมทั้งรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่หนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว

  • การบริโภคในประเทศกำลังจะเป็นคลี่นหนุนเศรษฐกิจในระยะต่อไป เนื่องจากเวียดนามมีประชากรถึง 97.58 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีสัดส่วนที่เป็นชนชั้นกลาง (Middle Income)ประมาณ 13% ตามข้อมูลจาก Dezan Shira & Associates ซึ่งประชากรกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง และสัดส่วนของชนชั้นกลางของเวียดนามก็อยู่ในแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่องไปตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น

McKinsey คาดว่า เวียดนามจะเป็นกำลังผลักดันที่สำคัญของการบริโภคในเอเชีย โดยคาดว่าในระยะ 10 ปีข้างหน้า เวียดนามจะมีกลุ่มประชากรที่มีอำนาจการใช้จ่าย (Consuming Class) เพิ่มขึ้นถึง 36 ล้านคน โดยคนกลุ่ม Consuming Class หมายถึงคนที่ใช้จ่ายอย่างน้อย USD 11 ต่อวัน เทียบตาม Purchasing Power Parity (PPP)

ดังนั้น ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าเวียดนามยังมีความน่าสนใจในการลงทุนในระยะยาว เพราะมีแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจที่ดี ด้วยแรงหนุนจากการลงทุนจากต่างประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และยังมีการบริโภคในประเทศที่จะเข้ามาเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจในระยะต่อไปอีกด้วย

ตัวเลือกการลงทุน

  1. ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : “E1VFVN3001” เป็นDepository Receipt (DR) ของ “VFMVN30 ETF” เป็น Exchange Traded Fund ที่มีดัชนีอ้างอิงคือ “VN30 Total Return Index” ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นใหญ่ 30 บริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม โดย “VFMVN30 ETF” บริหารจัดการโดย “VietFund Management”
  2. ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ : ที่โดดเด่นคือ “Vietnam Enterprises Investment Limited, VEIL LN” เป็นกองทุนปิด ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยกองทุนนี้มีประวัติยาวนาน มีทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์เป็นคนเวียดนามและมีสำนักงานอยู่ในประเทศเวียดนาม ตัวเลือกอื่นๆ เป็น Exchange Traded Fund ที่เน้นลงทุนในเวียดนาม เช่น “VanEck Vectors Vietnam ETF, VNM US” ในตลาดสหรัฐฯ และ “Xtrackers FTSE Vietnam Swap UCITS ETF, XFVT LN” ในตลาดลอนดอน
  3. กองทุนรวมในไทย :DBSV Fund Research Team เลือก “PRINCIPAL VNEQ-A” กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า: สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปี ได้ดีกว่ากองทุนอื่นในกลุ่มเดียวกัน มีอัตราผลตอบแทนเทียบความเสี่ยงที่สูงกว่ากองประเภทเดียวกัน
  • ความเสี่ยง – นักลงทุนควรรับความเสี่ยงได้สูง,การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย สภาวะการซื้อขายในตลาดต่างประเทศ แนะนำให้มีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนของพอร์ตลงทุนโดยรวมให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของนักลงทุน