ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1.96 แสนลบ. ในปี 65 สูงสุดรอบ 30 ปี

334

แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ อีกทั้งความเสี่ยงจากการเกิด recession ในหลายประเทศเร่งตัวเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยลบทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับเชิงลบและปรับตัวลดลงตลอดปี แต่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET Index) กลับมีความผันผวนที่น้อยกว่าและเป็นดัชนีเพียงไม่กี่ดัชนีในโลกที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในปี 2565

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 2565 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) มายังตลาดหุ้นอาเซียน โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก จากเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวดีต่อเนื่อง

ประกอบกับข่าวดีที่ประเทศต่างๆ ทยอยเปิดประเทศโดยนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และกลับไปสู่ระดับช่วงก่อนการแพร่ระบาด COVID-19

ในขณะที่เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า โดยผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมทั้งปีอยู่ที่ 196,886 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดตั้งแต่มีการเผยแพร่ข้อมูลนี้ในปี 2535 (ในรอบ 30 ปี)

สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย ปี 2565

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565 SET Index ปิดที่ 1,668.66 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 2.0% จากเดือนก่อนหน้า โดยปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาค และเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.7%

SET Index ในปี 2565 ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเปิดเมือง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ได้แก่ กลุ่มบริการ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ในปี 2565 ตลาดหลักทรัพย์ไทยยังคงเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียนตั้งแต่ปี 2555 แม้ว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันจะปรับลดลงมาจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค ในเดือนธันวาคม 2565 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 56,184 ล้านบาท ลดลง 27.3% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และในปี 2565 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 76,773 ล้านบาท

ด้านการระดมทุนในปี 2565 ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีมูลค่าการเสนอขาย IPO สูงที่สุดในอาเซียน และเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย โดยมีบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาจดทะเบียนจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยในเดือนธันวาคม 2565 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET 5 หลักทรัพย์ และ 1 กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า และใน mai 4 หลักทรัพย์ ทำให้มูลค่าการเสนอขายในหุ้น IPO ของไทยปี 2565 อยู่ที่ 127,836 ล้านบาท

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 16.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.2 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.0 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 2.76% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.16%