“เอสโซ่ ประเทศไทย” ใช้ตราสินค้า ESSO ได้อีก 2 ปี หลังจากบางจากปิดดีลเทคโอเวอร์

586

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566 บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้เห็นชอบเข้าซื้อหุ้นสามัญโดยตรง 2,283,750,000 หุ้น หรือคิดเป็น 65.99% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ บมจ. เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 จากผู้ขาย คือ บริษัท ExxonMobil Asia Holding Pte. Ltd. ซึ่งมีการทำสัญญาซื้อขายหุ้นในวันที่ 11 มกราคม 2566

โดยเอสโซ่ จะยังสามารถใช้ตราสินค้าของเอสโซ่สำหรับสถานีบริการต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 2 ปีเป็นการทั่วไป

ซึ่งเข้าซื้อหุ้น ESSO มีรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญหลายประการ ดังนี้

1. บริษัทจะเข้าซื้อหุ้นที่ซื้อขายทางตรง ที่ราคาซึ่งมีการปรับเปลี่ยนตามกลไกการปรับราคาที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น

2.การเข้าซื้อหุ้น เอสโซ่ ต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดในสัญญาซื้อขายหุ้นสำเร็จเสร็จสิ้น (เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากผู้ขาย) และ/หรือ บริษัท เงื่อนไขบังคับก่อนของสัญญาซื้อขายหุ้นดังต่อไปนี้

– เอสโซ่ได้รับความเห็นชอบ และ/หรือการผ่อนผันหน้าที่ตามข้อกำหนดหรือข้อกำหนดที่ระบุไว้โดยเฉพาะในสัญญาขยายและประกอบกิจการโรงกลั่นปิโตรเลียม ฉบับลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 (รวมที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) จากกระทรวงพลังงาน หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้ขายสามารถขายหุ้นที่ซื้อขายให้แก่บริษัท ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติ หรือการผ่อนผันก่อนการขายหุ้นที่ซื้อขาย

– บริษัทได้รับความเห็นชอบต่างๆ ตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า (ได้แก่ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน)

– บริษัทได้รับความเห็นชอบที่จำเป็นจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเข้าซื้อหุ้นในเอสโซ่

– คู่สัญญาตกลงกันเกี่ยวกับราคาซื้อขายสุดท้ายได้ตามสัญญาซื้อขายหุ้น

ทั้งนี้บริษัทคากว่าเงื่อนไขบังคับก่อนดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์และบริษัทสามารถทำการซื้อขายหุ้นที่ซื้อขายได้ภายในระยะเวลา 12 เดือนหลังจากวันที่ของสัญญาซื้อขายหุ้น

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการลงทุนครั้งนี้มีสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องคือโรงกลั่นน้ำมันกำลังการกลั่น 174,000 บาร์เรลต่อวัน เครือข่ายคลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศกว่า 700 แห่ง โดยจะทำให้บางจากฯ มีกำลังการกลั่นน้ำมันรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน และเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,100 แห่ง และได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีการกลั่นที่เสริมกันของโรงกลั่นทั้งสอง และการให้บริการด้านการตลาดที่ครอบคลุมและนำเสนอบริการให้กับลูกค้าได้ยิ่งขึ้นผ่านสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ

รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี ช่วยเพิ่มพูนทักษะและความสามารถของพนักงาน สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและก่อให้เกิดการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสู่ลูกค้า และเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มบริษัทบางจากในการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

สำหรับแหล่งเงินทุน บางจากฯ จะใช้เงินทุนทั้งแหล่งภายนอกจากสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และจากกระแสเงินสดภายในบริษัทและเตรียมพร้อมทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นจาก ExxonMobil เสร็จสิ้น อนึ่ง ExxonMobil จะยังคงดำเนินธุรกิจนำเข้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและเคมีภัณฑ์ในประเทศไทยต่อไป