แกรนด์ แอสเสท ตั้งเป้ารายได้ 6 พันลบ. แผน 3-5 ปี ลุยทำแนวราบลักซูรี-ผุดโรงแรมใหม่

497

วิทวัส วิภากุล กรรมการ, กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแกรนด์ แอสเสท เผชิญมรสุมโควิด ทำให้แคลชโฟลว์มีปัญหา ทว่าปี 2566 จะกลายมาเป็น “ปีทอง” ของบริษัทฯ อีกครั้ง สะท้อนจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และปัญหาโควิดส่งสัญญาณบวก ส่งผลให้ภาคการโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์กลับมาสดใสขึ้น

โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นพอร์ตโรงแรม สัดส่วน 50% จำนวน 3,000 ล้านบาท

ส่วนพอร์ตฯ อสังหาริมทรัพย์ 50% จำนวน 3,000 ล้านบาท จำแนกเป็นโครงการของตนเอง 1,000 ล้านบาท และโครงการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ 2,000 ล้านบาท เบื้องต้น มีแบ็กลอคอยู่ในมือราว 1,000 ล้านบาท และรอยอดขายจาก 3 โครงการ ดังนี้

1. ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ (โครงการ JV กับซูมิโตโม ฟอเรสทรี) จำนวน 2,000 ล้านบาท
2.ไฮด์ สุขุมวิท 11 จำนวน 600 ล้านบาท
3.อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง จำนวน 400 ล้านบาท

 

ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวประเทศไทย คาดว่า ปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา 23 ล้านคน คิดเป็น 62% ของช่วงก่อนโควิด ปี 2562

ทำให้ปี 2566 แกรนด์ เอสเสท มั่นใจว่าจะกลับมาเทิร์นอะราว หรือทำกำไรได้อีกครั้ง หลังจากภาพรวมผลประกอบการล่าสุด ช่วง 9 เดือน (มกราคม-กันยายน) ปี 2565 ทำรายได้ 1,227 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ -13.56 ล้านบาท

สำหรับการลงทุนในปีนี้คิดเป็น 100 ล้านบาท โดยปรับปรุงร้านอาหารและบาร์สุดหรูริมน้ำของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน จำนวน 100 ล้านบาท จากปีที่แล้วปรับปรุงระบบน้ำ และภายในโรงแรม โดยใช้งบไป 200 ล้านบาท

ทว่าในภาพรวม 3-5 ปี จากนี้ แกรนด์ แอสเสท เตรียมกลับมาลุยตลาดอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมอย่างเต็มสูบ หลังเว้นการลงทุนไปนาน

สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ จะทำโครงการแนวราบลักซูรี รับเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไปในยุคหลังโควิดที่โฟกัสด้านระยะห่างกับผู้อื่น

ส่วนโรงแรมมองการลงทุนเปิดที่ใหม่ในทำเลเชียงใหม่ และพัทยา ซึ่งภายในโรงแรมจะมีโปรเจกต์เวลเนส เรสซิเดนส์ รวมอยู่ด้วย เพื่อขานรับเทรนด์ระยะยาวของการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งที่ผ่านได้เริ่มทำไปแล้วในบางโครงการกับอมาธารา เวลเลเชอร์ รีสอร์ท