KTAM เอาใจสายเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ ออกกองพันธบัตร “KTGOV6M1” ไอพีโอ 8–10 ก.พ. นี้

463

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่ยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนมองหาโอกาสการลงทุนที่อยู่ในกรอบความเสี่ยงได้ไม่สูงอย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือตั๋วเงินคลัง เป็นต้น

บลจ.กรุงไทย จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงไทยพันธบัตร 6M1 (KTGOV6M1) อายุประมาณ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ โดยเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2566 นี้

สำหรับกองทุน KTGOV6M1 (ความเสี่ยงกองทุนระดับ 3) เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังคํ้าประกัน หรือตราสารหนี้ที่รัฐบาล กระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้คํ้าประกัน ในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

โดยเบื้องต้นกองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรแห่งประเทศไทยในสัดส่วน 100% โดยหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 2.67% ต่อปีของ NAV ผู้ลงทุนคาดว่าจะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่ 1.25% ต่อปี (หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้) ทั้งนี้ ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนนี้ในช่วงเวลา 6 เดือน ได้ ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

บลจ. จะสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดอายุโครงการ กองทุน KTGOV6M1 จะทำการสับเปลี่ยนอัตโนมัติเข้ากองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงิน (KTSS) ซึ่งเป็นกองทุนประเภทกองทุนรวมตลาดเงิน ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้ลงทุนได้

สำหรับปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน KTGOV6M1 ที่สำคัญ : ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงของตราสารอนุพันธ์ ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง และความเสี่ยงจากการที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงมีการเคลื่อนไหวของราคาที่แตกต่างไปจากผลตอบแทนกองทุนที่ตั้งใจจะคุ้มครองความเสี่ยง