“คาราบาวแดง” ตรึงราคาขาย 10 บาท มุ่ง Sport Marketing ย้ำภาพแบรนด์โกลบอล ตั้งเป้าปี 66 ขึ้นแท่นผู้นำตลาด

566

นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันค่าครองชีพในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น จากค่าพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบ ส่งผลให้ต้นทุนผลิตส้นค้าเพิ่ม และหลายแบรนด์ทยอยปรับราคา

ที่ผ่านมา “คาราบาว” อยู่ในเซกเตอร์เครื่องดื่มชูกำลังก็ได้รับผลกระทบด้านต้นทุน แต่ด้วยมีโรงงานผลิตของตัวเองอย่างครบวงจร มีหน่วยงานดูแลธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายและยืนราคาขายปลีกได้ที่ 10 บาทเท่าเดิม

“ท่ามกลางเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์อื่น ๆ ที่ทยอยปรับราคา แต่เราขอสู้ต่อไป เพื่อให้คนไทยได้ดื่มคาราบาวในราคา 10 บาทไว้ให้ได้นานที่สุดจนกว่าจะคงราคาเดิมไม่ไหว”

ขณะที่ด้านการตลาด คาราบาว ได้เดินหน้าสื่อสารแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลก ผ่านการทำ “Sport Marketing” ผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอล “คาราบาวคัพ” ที่ประเทศอังกฤษอย่างเป็นทางการ (World Class Sponsorship)

โดยเดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาด ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันคาราบาว คัพ ซึ่งจะมีรอบชิงชนะเลิศระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนามเวมบลีย์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 นี้

ส่วนตลาดในประเทศไทย เจาะกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการคัมแบ็ก “สาวบาวแดง” กลับมาเป็นอาวุธสำคัญของแบรนด์ ในการลงพื้นที่เข้าไปช่วยจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าทั่วประเทศ โดยผนึกกำลังสอดประสานทีมงานคาราบาวภาคสนามมากกว่า 1,500 คน เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งกับเครือข่ายร้านค้า และผู้บริโภคทั่วประเทศ

เบื้องต้น เน้นสร้างการรับรู้ ณ จุดขาย พร้อมขยายการรับรู้แบรนด์คาราบาวสู่ช่องทางออนไลน์ ทั้งกลุ่มเป้าหมายเดิมของคาราบาวแดง ในกลุ่ม Blue Collar คนใช้แรงงาน รับจ้างทั่วไป คนค้าขาย ฯลฯ อายุ 30-50 ปี และกลุ่มเป้าหมายใหม่ในกลุ่ม White Collar ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และพนักงานออฟฟิศทั่วไป อายุ 20-35 ปี ที่จะขยายเข้าไปมากขึ้น

“จากกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ รวมถึงการยืนหยัดราคาสินค้าที่ 10 บาทเท่าเดิม มั่นใจว่าจะเป็นตัวผลักดันส่วนแบ่งการตลาดของ คาราบาวแดง ให้สามารถเป็นผู้นำของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยได้ในสิ้นปีนี้”