กำลังซื้อสินค้าไอทีฟื้น COM7 กวาดกำไร 3,038 ล้านบาท ในปี 65 เพิ่มขึ้น 16 % ลุยเปิดอีก 200 สาขา

556

COM7 งบปี 65 โตแกร่ง กวาดกำไร 3,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 62,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น และการตอบรับสินค้าเทคโนโลยีตอบโจทย์ผู้บริโภค แม้ Q4/65 กระทบซัพพลาย iPhone14 วางเป้าปี 66 โตครบทุกมิติ คาดยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 15% ขยายสาขาอีก 200 สาขา จากสิ้นปี 65 มี 1,162 สาขา ลุยธุรกิจร้านยา ร้านอาหารสัตว์เลี้ยง ประกันวินาศภัย หนุนฐานกำไรเพิ่ม

บมจ. คอมเซเว่น (COM7) เปิดเผยว่า ในปี 2565 ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัว ภาคการบริโภคในประเทศเริ่มมีกำลังซื้อและใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลบวกต่อผลประกอบการในปี 2565 ยังคงสามารถเติบโตได้จากปีก่อน และคาดว่า จะยังคงสามารถรักษาศักยภาพในการเติบโตของผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

โดยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2565 (มกราคม – ธันวาคม 2565) มีกำไร 3,037.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% จากปี 65 ที่มีกำไร 2,630.39 ล้านบาท มีรายได้จากการขายและการให้บริการปีนี้ 62,732.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,606.2 ล้านบาท หรือเพิ่ม 22.7% จากปัจจัยหนุนเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว

ขณะที่ไตรมาสที่ 4 มีรายได้ 18,843.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากผลกระทบปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยเฉพาะ iPhone 14 รวมถึงเกิดการชะลอการซื้อสินค้าในช่วงปลายปี 2565 จากโครงการช้อปดีมีคืนที่จะเริ่มในต้นปี 2566 ซึ่งปัจจุบันสัญญาณ iPhone 14 ซัพพลายสินค้ากลับมาแล้ว และภาพรวมการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังหลากหลายค่าย ได้มีการเปิดตัวสินค้าในไตรมาส 1/2566 ทำให้มองว่า แนวโน้มไตรมาส 1 ปีนี้สัญญาณกำลังซื้อจะกลับมาคึกคักกว่าช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ได้

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติจ่ายปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดจำนวน 0.75 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 8 มีนาคม 2566 และวันที่จ่ายปันผล 9 พฤษภาคม 2566

ในปี 2565 ที่ผ่านมา COM7 ได้มีการขยายสาขา 116 สาขา เพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ซึ่ง ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสาขาภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัทจำนวนทั้งหมด 1,162 สาขา (ปี 64 มีจำนวน 1,046 สาขา) ได้แก่ BaNANA, Studio7, KingKong Phone, iCare, BKK, E-quip, Bb, B-Play, Franchise, True Shop by Com7 และ Brand shop

นายณรงค์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการสายงานขายและธุรกิจค้าปลีก COM7 กล่าวว่า ในปี 2566 ตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโตอีกไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน พร้อมทั้งตั้งเป้าภายใน 3 ปี เพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้อยู่ในระดับ 35% ของมูลค่าตลาดไอทีและสมาร์ทโฟนในประเทศไทย โดยส่วนที่จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คือ กลุ่มโทรศัพท์มือถือ และการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจยุคหลังโควิด มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ และแบรนด์น้องใหม่เข้ามาสร้างสีสันมากขึ้น

วางกลยุทธ์การขยายสาขาในปี 2566 เปิดเพิ่มอีกราว 200 สาขา สนับสนุนจุดแข็งในด้านช่องทางการจำหน่าย เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และการโฟกัสรูปแบบสาขา Stand Alone เพิ่มเติม ควบคู่การขยายช่องทางออนไลน์ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตามกลยุทธ์ Omni Channel หลังมีแพลตฟอร์มที่ครอบคลุม และความสำเร็จของช่องทางออนไลน์ในปี 2565 มียอดขาย 3,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้ากว่า 30%

ด้านงบค่าใช้จ่ายในการลงทุนปี 2566 วางไว้ 1,000 ล้านบาท โดยเติบโตทั้งจาก COM7 และบริษัทย่อยที่เข้าไปลงทุนเพิ่มเติม เพื่อต่อยอดระบบนิเวศน์ทางธุรกิจได้อย่างครบวงจร และขยายไปยังโอกาสใหม่ๆ ทำให้มองว่า COM7 จะไม่ได้โตจากสินค้าไอทีและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดไปยังธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น โดยความคืบหน้าในการเข้าไปร่วมทุนกับบริษัท รอยัลบางกอก เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด บริษัทย่อยของ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาชื่อ บริษัท ดอกเตอร์ฟาร์มา เฮลธ์เทคโนโลยี จำกัด โดยถือหุ้น 39.99% เพื่อเข้าสู่ธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ รวมถึง โอกาสในการจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มเติม ปัจจุบันเปิดร้านขายยาภายใต้แบรนด์ Dr.Pharma จำนวน 2 สาขาในสิ้นปีที่แล้ว ตั้งเป้าสิ้นปี 2566 มีมากกว่า 10 สาขา

นอกจากนี้ จากภาพรวมในประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการดูแลสัตว์เลี้ยงมากขึ้น จึงแตกไลน์ธุรกิจ เตรียมเปิดร้านอาหารสัตว์เลี้ยงในชื่อแบรนด์ “Pet Paw” เป็นการแตกไลน์สู่อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต คาดเห็นสาขาแรกช่วงมีนาคมถึงเมษายนปีนี้ คาดสิ้นปีมีร้านอาหารสัตว์เลี้ยง 20 สาขา และมีพื้นที่เปิดสาขาแล้วในปัจจุบันราว 10 สาขา และในอนาคตอาจจะจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อรุกธุรกิจร้านอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น