กลยุทธ์ลงทุนหุ้นบ่าย 4 โบรกฯ เคาะ STEC-BEM-ADVANC-BGRIM-GULF-GUNKUL-KKP-TIDLOR-ILM

566

นักวิเคราะห์มีมุมมองต่อการลงทุนภาคบ่ายวันที่ 28 ก.พ. บล.เอเอสแอล แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ซื้อเล่นรอบที่แนวรับ 1,618/1,609 จุด เมื่อยืนได้มั่นคง แนวต้าน 1,630/1,642 จุด แนะนำ STEC BEM

บล.กรุงศรี คาด SET Index บ่ายนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,630 จุด โมเมนตัมยังเป็นลบ ค่าเงินบาทอ่อนค่า Fund flow ต่างชาติไหลออกยังกดดัน อย่างไรก็ตามเรามอง downside เริ่มจำกัดเนื่องจากดัชนีลดลงใกล้เขต Oversold แล้ว กลยุทธ์เลือกหุ้น Defensive ที่ราคาลงมาลึกและเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว Top Pick คือ ADVANC BEM และ BGRIM

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ
– GULF “ซื้อ” เป้าหมาย 5.5 บาท โดยกำไร 4Q65A 189 ล้านบาท (-88% QoQ, -63% YoY) ลดลงมาจากการขายหุ้น 50% ของ Wind Farm ให้ GULF รับรู้กำไรลดลงมาก + รายได้ EPC ลดลง โดยคาดกำไรปกติ FY66F เติบโตสูงจากฐานต่ำ ด้วยคาด Capacity Factor ของ Wind จะฟื้นตัวรวมถึงรายได้ EPC เติบโตจากฐานต่ำ มีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการประกาศผล Renewable 5,200 MW ในเดือนหน้า และระยะกลางจากแผนการนำธุรกิจ EPC เข้าจดทะเบียน ราคาหุ้นที่ลดลงแรง -21%YTD น่าจะสะท้อนความกังวลจากศาลปกครองมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้ง Wind Farm (20 MWe) ไปแล้ว ให้แนวรับ 4/4.1 แนวต้าน 4.3/4.46

– GUNKUL “ซื้อเก็งกำไร” เป้าหมาย 5.5 บาท แนวโน้มกำไรปกติ 1Q66F โดดเด่นต่อเนื่องด้วยแรงหนุนจาก 1)การปรับขึ้นค่า Ft+ต้นทุนก๊าซลดลงช่วยให้มาร์จิ้นของโรงไฟฟ้า SPP กว้างขึ้น 2) เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson (588 MWe) 1 เดือนหลังจากรับโอนหุ้นแล้วเมื่อวานนี้ และ 3) คาด OPEX ลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แนวโน้มกำไรปีนี้เติบโตสูงตามการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการ GSRC หน่วยที่ 3-4 และโรงไฟฟ้าก๊าซ ที่โอมาน+เริ่มรับรู้รายได้ของโครงการ Gulf PD หน่วยที่ 1-2 และ Jackson คาดเห็นความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ Digital ที่น่าสนใจ และการหาโอกาสลงทุนใหม่ของ INTUCH ให้แนวรับ 50.5/52 แนวต้าน 54/55.5

– KKP “ซื้อ” เป้าหมาย 95 บาท กำไรทั้งปี 2565 +20% YoY ยังทำนิวไฮได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจธนาคารด้วยการเติบโตสินเชื่อที่โตถึง 21% YoY ในปี 2566 ตั้งเป้าสินเชื่อโต 13% เริ่มเห็นสัญญาณคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น เชื่อคุม NPLอยู่ที่ 3.1% และเชื่อปีนี้มีลุ้นกำไรทำนิวไฮ คาดกำไรปี 2566 โตต่อเนื่องจากแรงหนุนของธุรกิจธนาคารและตลาดทุน ถือเป็นหุ้นปันผลสูงสม่ำเสมอ คาดจ่ายปันผล 2H65 อีก 2 บาท คิดเป็น Div.Yield 2.9% ให้แนวรับ 65/66 แนวต้าน 69/70

– TIDLOR “ซื้ออ่อนตัว” เป้าหมายก่อน XD 34 บาท โดยกำไรทั้งปี 2565 โตสูง +15% YoY ทำนิวไฮเป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยที่โตสูงตามการโตของสินเชื่อ + รายได้ค่าธรรมเนียมประกันที่โตโดดเด่น ตั้งเป้าปี 2566 สินเชื่อ +(10-20)% ประกัน+(20-25)% และเปิดสาขาใหม่ 100-200 สาขา ซึ่งต่ำกว่าปี 2565 แนวโน้ม NIM ลดจาก Cost of fund ที่สูงขึ้น บวกกับเป้า credit cost ที่3-3.5% สูงกว่าปีก่อนที่ 2.2% คาดกดดันกำไรปีนี้โตไม่สูงมากนัก ราคาปรับลงสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าว บวกยังมีแรงขายกองทุนกดดันจากการถูกถอดออกจาก MSCI มีผลวันนี้ แนะเพียงซื้ออ่อนตัวช่วงปิดตลาด (ATC) ให้แนวรับ 24/25 แนวต้าน= 28/29.5

บล.โกลเบล็ก ระบุว่า แนวโน้มภาคบ่าย ดัชนีอ่อนตัวลงต่อเนื่องสวนทางกับตลาดเพื่อนบ้าน เนื่องจาก Fund Flow ที่ไหลออกและเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากความกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันต่อดัชนี แนวรับ 1,617 แนวต้าน 1,630 แนะนำ

– STEC แนวรับ 13.10 บาท แนวต้าน 13.80-14.50 บาท Cut loss 13.00 บาท ราคาปิด 13.30 บาท
กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง โดยมี Volume เข้าวันแรก และ Slow Sto. เพิ่งส่งสัญญาณซื้อวันแรก หากผ่านต้านที่ 13.80 บาท จะมีต้านถัดไปที่ 14.50 บาท

– ILM แนวรับ 18.60 บาท แนวต้าน 19.30 บาท Cut loss 18.50 บาท ราคาปิด 18.80 บาท
ดีดตัวกลับมายืนเหนือเส้น EMA ทุกระดับ พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ MACD เพิ่งตัด Signal Line หากผ่านต้านแรกที่ 19.30 บาท ลุ้นทดสอบ High เติมแถว 20.00 บาท