“บริษัททั่วโลก” จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นสูงถึง 1.56 ล้านล้านดอลล์ในปี 65 ผู้ผลิตน้ำมัน-ก๊าซ-การเงิน ครองส่วนแบ่งกว่า 50%

331

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 สำนักข่าว The Business Times รายงานว่า ตามรายงานของ Janus Henderson ผู้จัดการสินทรัพย์ พบว่าบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 โดยยอดรวมเพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับปี 2564 หลังจากฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19

โดยจาการติดตามบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 1,200 แห่ง ตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด พบว่าผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซ และบริษัทการเงินคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของการเติบโตตามดัชนีปันผลทั่วโลก ซึ่งเนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นช่วยเพิ่มผลกำไร ผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซจึงเพิ่มการจ่ายเงินปันผลมากกว่า 66% ในรูปแบบของเงินปันผลธรรมดาหรือเงินปันผลพิเศษ โดยระบุว่า 88% ของบริษัทเพิ่มหรือคงการจ่ายเงินปันผลในปี 2565

โดยธนาคารในยูโรโซนใช้ความสามารถใหม่ในการจ่ายเงินปันผล หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรประงับการจ่ายเงินปันผลในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ นอกจากนี้รายงานระบุว่าธนาคารและบริษัทการเงินอื่น ๆ มีส่วนช่วยให้การเติบโตของเงินปันผล 1 ใน 4 ของปีที่แล้ว

ขณะที่ต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลดีต่อภาคการขนส่ง แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง หมายความว่าเงินปันผลจากการขุดลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2564

ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังดิ้นรนและอัตราเงินเฟ้อสร้างความตึงเครียดให้กับครัวเรือนทั่วโลก ข่าวเกี่ยวกับผลกำไรและการจ่ายเงินของบริษัทจำนวนมหาศาลได้จุดประกายการถกเถียงเกี่ยวกับภาษีลาภลอย

Jane Shoemake ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Janus Henderson กล่าวว่า “สำหรับปีข้างหน้ามีความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับโอกาสในการจ่ายเงินปันผล ยังคงคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีอัตราการเติบโตที่ช้าลงที่ 2.3% โดยอัตราเงินเฟ้อ ยังคงกดดันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป” ชูเมคกล่าว

อ้างอิง : https://www.businesstimes.com.sg/international/global-dividends-hit-new-heights-2022-study