โบรกมอง “GULF” โดดเด่นนำกลุ่ม ได้ผลบวก “กพช.” เปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม

811

นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เผยว่า การที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบแผนการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม 3,668.5 เมกะวัตต์ มองว่าจะทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงน้อยลงมาก และทำให้มีโอกาสสูงที่บริษัทในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งมีกำลังการผลิตที่ผ่านเกณฑ์ด้านเทคนิคขั้นต่ำจะได้รับคัดเลือกทุกราย

โดยคาดเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มที่มีกำลังการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น GULF, GUNKUL, SSP, และ BCPG เป็นลำดับแรกเนื่องจากเดิมเป็นประเภทที่มีการแข่งขันสูงที่สุด และเป็นประเภทที่มีการเปิดรับซื้อมากที่สุด
“แม้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามีโอกาสถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐระยะ 10 ปี ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ “มากกว่าตลาด” เนื่องจากแรงเก็งกำไรที่เกิดขึ้นจากการประกาศผลการคัดเลือกโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ และการเพิ่มปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจะทำให้กลุ่มโรงไฟฟ้ามีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด”

โดยฝ่ายวิจัยบล.หยวนต้าฯ ให้ หุ้น GULF ราคาเป้าหมายที่ 62.25 บาทต่อหุ้น และหุ้น SSP ราคาเป้าหมายที่ 14.40 บาทต่อหุ้น เป็นหุ้น Top Picks สำรับการลงทุนในประเด็นดังกล่าว โดยมองว่า GULF เป็นผู้ที่มีโอกาสได้รับกำลังผลิตจากการรับซื้อรอบดังกล่าวมากที่สุด และเมื่อประกอบกับกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อน ทุกไตรมาสในปีนี้ ทำให้หุ้นมีโอกาส Outperform กลุ่ม ส่วนหุ้น SSP เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ซื้อขายบนพี/อี เรโชปี 2566 เพียง 11 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม และมีโอกาสได้รับกำลังผลิตเพิ่มไม่ต่ำกว่า 50 MWe (ไม่ต่ำกว่า 20% ของกำลังผลิตในปัจจุบัน)

ด้านบล.คิงส์ฟอร์ด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มโรงไฟฟ้า มีประเด็นบวก จากการที่กพช. เห็นชอบการปรับแผนรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มอีก 3,668.5 MW จากปัจจุบันเปิดรับซื้ออยู่ 5,203 MW ในโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าประเภทไม่มีต้นทุน เชื้อเพลิง พ.ศ.2565 โดยจะมาจากโซลาร์ฟาร์ม 2,632 MW, พลังงานลม 1,000 MW, ก๊าซชีวภาพ 6.5 MW, ไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม 30 MW (เพิ่มขึ้นจากรอบแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 MW โดยโซลาร์ฟาร์มรับซื้อ 2,368 MW, พลังงานลมรับซื้อ 1,500 MW, ก๊าซชีวภาพ เดิมไม่มีรายใดเสนอขายไฟฟ้าเข้ามา และไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม 100 เมกะวัตต์) ซึ่งการเปิดรับซื้อในรอบนี้ จะเกิดต่อเนื่องหลังรอบแรกเสร็จในเดือน เม.ย.