ธอส. ตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ถึงกลางปี 66 เตรียมขาย NPL 1 หมื่นล้านบาทสิ้นปีนี้

538

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ตามแผนธุรกิจของธอส. ที่ได้เสนอกับกระทรวงการคลัง ธอส. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้จนถึงกลางปี 2566 โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านของธอส.โดยเฉลี่ยอยู่ที่4.25% ซึ่งได้ปรับขึ้นมา0.25% เมื่อต้นปี 2566 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธอส. ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อไม่มากนัก ไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของลูกค้ากลุ่มที่มีความสามารถในการผ่อนชำระ แต่อาจกระทบกลุ่มผู้ที่มีความสามารถในการชำระไม่มากและผู้กู้ที่ต้องการวงเงินกู้สูง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นทำให้ภาระการผ่อนชำระสูงขึ้น ทั้งนี้ ณ วันที่ 15 มี.ค. 2566 ธอส.ปล่อยสินเชื่แล้วประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท

“อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับขึ้นไปในช่วงกลางปีจะยืนอยู่ได้จนถึงกลางปี 66 สำหรับในด้านเงินฝากหากมีแย่งเงินฝากด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะทำให้ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นด้วยซึ่งจะทำให้รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิต่ำลงแต่หากไม่กระทบแผนธุรกิจมองว่าแบงก์ส่วนใหญ่ก็จะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพราะจะกระทบกับรายได้”

สำหรับสถานการณ์ NPL ของธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงม.ค.ที่ผ่านมา หนี้เสียของธนาคารปรับเพิ่มประมาณ 4 พันล้านบาท และเริ่มชะลอตัวในเดือนก.พ.โดยลดลงเหลือ 700 ล้านบาท โดยคาดว่าในช่วงปลายปีจะอยู่ที่ประมาณ 4.25% อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปี 2566 ธอส. มีแผนที่จะขาย NPL ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ธอส. ยังไม่ได้มีแผนจัดตั้งกิจการร่วมทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือ JVAMC โดยปัจจุบันบอร์ดธอส. ได้อนุมัติให้ธอส. ศึกษาการทำ AMC ของธอส. เอง