หลบสถานการณ์ร้อน ๆกับ Money Market Fund กองทุนพักเงิน

1222

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการพักเงินยามที่สถานการณ์การลงทุนผันผวน เช่นเดียวกับในสถานการณ์ปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น ความกังวลต่อเศรษฐกิจและวิกฤติของธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯและยุโรป ส่งผลให้มีเงินไหลเข้ากองทุนรวมตลาดเงินจำนวนมาก

รายงานจากมอร์นิ่งสตาร์ เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2023  มีเงินไหลเข้ากองทุนรวมตลาดเงินทั่วโลกมากถึง 355 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ซึ่งนับว่าเป็นเม็ดเงินจำนวนมากที่ไหลเข้าในกองทุนประเภทนี้ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด -19

และหากย้อนไปในช่วงเดือนมีนาคมปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะตลาดหมีและการลงทุนในตราสารหนี้ลดลงอย่างมาก แต่ปรากฏว่าก็มีเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้ากองทุนตลาดเงินมากถึง 686 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ 392 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม-เมษายน ตามลำดับ

นักวิเคราะห์มอร์นิ่งสตาร์ กล่าวว่า เริ่มเห็นสัญญาณการย้ายเงินของผู้ฝากเงินออกจากบัญชีเงินฝากในธนาคารเนื่องจากให้อัตราผลตอบแทนที่ต่ำ และเมื่อเกิดเหตุล้มลงของ Silicon Valley Bank ก็ยิ่งทำให้เห็นเม็ดเงินไหลออกจากเงินฝากในธนาคารไปสู่การลงทุนในกองทุนตลาดเงินมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีไม่ใช่ว่าเป็นเพียงเรื่องของความกลัวต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน แต่ยังเป็นเรื่องของอัตราผลตอบแทนที่จูงใจมากกว่านั่นเอง  ส่งผลให้มีการไหลออกของเงินฝากธนาคารที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า 0.5%ไปสู่กองทุนตลาดเงิน บัตรเงินฝาก และพันธบัตรรัฐบาล เพื่อหวังผลตอบแทนที่มากขึ้น

และด้วยสภาวะการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ราคาตลาดของตราสารหนี้รวมถึงกองทุนตลาดเงินถูกลงหรือปรับลดลง ส่งผลให้การเข้าลงทุนในช่วงนี้เป็นที่น่าสนใจกว่าการนำเงินไปฝากไว้ในธนาคาร ขณะที่ผลตอบแทนใน Money market funds โดยเปรียบเทียบแล้วก็ยังสูงกว่าเงินฝากในบัญชีธนาคาร

ทั้งนี้การล้มลงของ Silicon Valley Bank ยังทำให้เกิดความกังวลต่อเงินฝากของผู้ฝากเงินในธนาคารมากยิ่งขึ้น และทำให้เงินไหลออกจากระบบธนาคารไปแล้วประมาณ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการรับประกันเงินฝากนั้นมีอัตราขั้นสูงสุดที่ค้ำประกันโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝากสหรัฐฯ (FDIC) ไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ขณะที่การลงทุนผ่านตลาดอื่นอย่างเช่นผู้ให้บริการวางแผนการเงิน (Wealth management)  หรือบริษัทนายหน้า  (โบรกเกอร์ ) ซึ่งนำเงินฝากจากลูกค้าไปกระจายต่ออีกที่ทำให้สามารถได้รับความคุ้มครองเงินลงทุนจาก FDIC ที่มากกว่าซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและวิธีการของแต่ละบริษัท

มาทำความรู้จักกองทุนรวมตลาดเงิน  เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้อายุสั้นๆ โดยมากมีอายุไม่เกิน 1 ปี เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวันทำการ เมื่อนักลงทุนขายกองทุนรวมตลาดเงินจะได้รับเงินคืนในวันทำการถัดไป (T+1) ทำให้มีสภาพคล่องใกล้เคียงกับเงินฝากออมทรัพย์

นอกจากนี้เมื่อขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน เราจะได้รับผลตอบแทนเป็นรายวันทันที โดยผลตอบแทนจะอยู่ในรูปของส่วนต่างราคาของที่ซื้อและราคาที่ขาย  (Capital Gain) หมายความว่าผลตอบแทนจะสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว หากขายกองทุนรวมตลาดเงินก็จะได้กำไรจากส่วนต่างราคาทันที ไม่เหมือนเงินฝากออมทรัพย์ ที่ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยให้ทุกๆ 6 เดือน ซึ่งหากถอนเงินก่อนวันที่ธนาคารคิดดอกเบี้ยให้ ก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้น