หุ้นไทยปิดบวก 7.74 จุด รับสหรัฐชะลอเงินเฟ้อ – จีนอัดฉีดเม็ดเงินเสริมสภาพคล่อง

630

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 17 เมษายน ปิดที่ระดับ 1,600.41 จุด เพิ่มขึ้น 7.74 จุด (+0.49%) โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ 1,604.21 จุด ต่ำสุดที่ 1,587.87 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,726.22 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,401.67 ล้านบาท ขณะที่กองทุนซื้อสุทธิ 298.20 ล้านบาท

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย มองว่าเม็ดเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคเอเชียหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาตามตลาดคาด โดยเริ่มเห็นการชะลอลง ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะเริ่มชะลอลงตามไปด้วย และมีโอกาสคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.นี้ ประกอบกับ ทางการจีนประกาศอัดฉีดเม็ดเงินเสริมสภาพคล่องเข้ามาให้กับภาคธนาคาร

ตลาดบ้านเราได้แรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางเข้ามาช่วยหนุน โดยเฉพาะแรงเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาสแรกจะออกมาดี โดยเฉพาะได้รับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศและภาคการท่องเที่ยวเติบโตได้ดี เช่น CPALL และ AOT รวมถึงกลุ่มแบงก์ที่เตรียมทยอยประกาศงบไตรมาส 1/66 และยังไม่ได้ขึ้น XD ในวันนี้ เช่น TISCO และ BBL แต่มีแรงกดดันจากหุ้นแบงก์ใหญ่อย่าง KBANK และ SCB ที่ขึ้น XD ในวันนี้กดดันดัชนีเล็กน้อย

สำหรับแนวโน้มพรุ่งนี้ (18 เม.ย.) คาดว่าดัชนียังแกว่งไซด์เวย์ ระหว่างรอติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกของจีนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งตลาดคาดเติบโต 4% หากออกมาดีกว่าคาดจะเป็นบวกต่อภาพรวมให้กับตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย ให้แนวต้าน 1,610 จุด แนวรับ 1,585 จุด

5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด

– KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,249.96 ล้านบาท ปิดที่ 133.50 บาท ลดลง 2.50 บาท
– SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,810.85 ล้านบาท ปิดที่ 101.50 บาท ลดลง 4.00 บาท
– CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,540.56 ล้านบาท ปิดที่ 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
– PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,445.57 ล้านบาท ปิดที่ 161.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
– AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,388.95 ล้านบาท ปิดที่ 72.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท