“ราคาน้ำมันดิบ” ร่วงต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-วิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง

758

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แรงฉุกจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.4% สู่ระดับ 82.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 08.19 GMT. สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า West Texas Intermediate (WTI) ลดลง 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 78.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐขยับขึ้นประมาณ 0.3% ในสัปดาห์นี้ นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทำให้น้ำมันแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น

ด้านผู้กำหนดนโยบายของเฟดส่งสัญญาณว่าใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของนโยบายที่เข้มงวดที่สุดในรอบ 40 ปี โดยส่วนใหญ่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้น 1% ในไตรมาสสุดท้าย

ในอีกด้านหนึ่งอัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรยังคงสูงเป็นตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษจะยังคงมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ในขณะเดียวกันสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นและการส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากอุปสงค์ที่น่าผิดหวัง ตามรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA)

ในด้านอุปทาน การบรรทุกน้ำมันจากท่าเรือทางตะวันตกของรัสเซียในเดือนเมษายนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 แม้ว่ารัสเซีนจะให้คำมั่นว่าจะลดกำลังการผลิตก็ตาม

อ้างอิง : https://www.reuters.com/markets/commodities/oil-prices-fall-strengthening-dollar-prompts-weak-demand-concern-2023-04-20/