NUSA มั่นใจซื้อหุ้น DEMCO เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นให้สัตยาบัน 28 เม.ย. แม้ IFA มองไม่เหมาะสม

687

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ณุศาศิริ (NUSA) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ณุศาศิริ (NUSA) ครั้งที่ 8/2565 ในวันที่ 14 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้ลงทุนในธุรกิจพลังงานที่วงเงิน 1 พันล้านบาท โดยมอบอำนาจให้แก่คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ซึ่งต่อมาได้มีมติให้ซื้อหลักทรัพย์บมจ.เด็มโก้ (DEMCO) แบบบิ๊กล็อต จำนวน 170 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.00 บาท รวมการเข้าซื้อครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 850 ล้านบาท โดยมีการกู้ยืมเงินจากบริษัทธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เพื่อใช้เข้าทำธุรกรรม

ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการของ NUSA จึงเตรียมเสนอวาระต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อการพิจารณาอนุมัติให้สัตยาบันต่อการเข้าทำธุรกรรมการได้มาซึ่งหุ้นสามัญของ DEMCO และการกู้ยืมเงินจำนวน 600 ล้านบาทจาก บริษัทธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกันของบริษัทในวันที่ 28 เม.ย. 66 นี้ โดยเชื่อมั่นว่าจะผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น เพราะการลงทุนในหุ้นสามัญ DEMCO เป็นไปตามกลยุทธ์ของ ณุศาศิริ ที่ต้องการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง DEMCO เป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจก่อสร้างระบบไฟฟ้าและระบบผลิตไฟฟ้า มีแนวโน้มการเติบโตจากธุรกิจโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ในรอบการคัดเลือกที่ผ่านมา ตลอดจนการถือหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ซึ่งผ่านการคัดเลือกทั้งโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์

สำหรับราคาซื้อหุ้น DEMCO ที่ 5.00 บาทต่อหุ้นถือว่ามีความเหมาะสม โดยเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาปิดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้น DEMCO ที่คำนวณย้อนหลัง 7 วันทำการติดต่อกัน คือ ระหว่างวันที่ 15-23 พ.ย. 65 ซึ่งราคาเท่ากับ 5.30 บาท/หุ้น โดยนับว่ามีราคาที่ต่ำกว่า Book Value (5.74 บาท) และยังต่ำกว่ากรอบราคาตลาดในช่วงเวลานั้นซึ่งอยู่ระหว่าง 5.17-5.42 บาท อีกด้วย

การเข้าซื้อ DEMCO ในครั้งนี้ บริษัทได้ใช้เงินที่ได้กู้ยืมจากบริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด มีระยะเวลาการกู้ 6 เดือน ในอัตราดอกเบี้ย 8.75% ต่อปี ซึ่งแม้มีอัตราสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินของบริษัทที่ 8.70% ต่อปี เล็กน้อย แต่บริษัทมองว่าการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว จะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่บริษัท ทั้งยังส่งผลให้เกิดการประสานพลัง (synergy) และสร้างความยั่งยืนให้แก่บริษัทในธุรกิจใหม่ที่เป็นธุรกิจพลังงาน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้มากยิ่งขึ้นในอนาคต