ส.อ.ท. เปิดตัว กองทุนอินโนเวชั่นวันพันล้าน หนุน SMEs ดันภาคอุตฯไทยไปไกลระดับโลก

1001

ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ FTI เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังมุ่งสู่ เศรษฐกิจนวัตกรรม จึงต้องร่วมสร้างผู้ประกอบการให้เป็นองค์กรที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการสร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อผลักดันสตาร์ทอัพ และ SMEs เข้ามามีบทบาทเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะการส่งเสริมสตาร์ทอัพ และ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และนวัตกรรมต่าง ๆ จึงเป็นที่มาการเปิดตัวโครงการ “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” ของ ส.อ.ท. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.)

เพื่อจับคู่ระหว่างสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม กับ SMEs ในเครือข่าย ส.อ.ท. ที่มีความต้องการนวัตกรรมมาสนับสนุนธุรกิจ ขยายขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็ง

เบื้องต้น ส.อ.ท. ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐ จำนวน 1,000 ล้านบาท ในกรอบระยะเวลา 3 ปี โดยในปี 2566 ส.อ.ท. วางแผนจะสนับสนุนอย่างน้อย 5 โครงการ และในรอบถัดไปจะขยายอีก 3 โครงการ

ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมองค์รวม ตามแนวทาง BCG ผสม 3 ด้าน ได้แก่

  1. เศรษฐกิจชีวภาค (Bio Economy)
  2. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
  3. เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

รวมไปถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และพัฒนาด้านอุตสาหกรรมในอนาคต หรือ New S-Curve อีกอย่างน้อย 2 โครงการ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ ตั้งใจสนับสนุนสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและมีฝีมือด้านเทคโนโลยีให้เติบโตได้ในประเทศ และยังสามารถแข่งขันในต่างประเทศได้

“เราต้องดิสรัปต์ชั่นตัวเองเพื่อให้แข่งขันได้ในอนาคต เราเป็นประเทศแห่งอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกคิดเป็น 10% ของ GDP วันนี้คู่ค้าของเราเริ่มมีข้อกำหนดหรือกติกาใหม่ เช่น การประกาศเลิกใช้ระบบสันดาปภายในในอนาคต เพื่อหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น”

ดังนั้น ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออก จึงต้องหันมาพัฒนาส่วนที่ยังขาด เพื่อดึงดูดด้านการลงทุนจากต่างประเทศมายังประเทศไทย โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมจุดแข็ง จากเดิมไทยมีข้อได้เปรียบ คือ มี 8 อุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งเดิมอยู่แล้ว

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการนำงานวิจัยมายกระดับขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมไทย เป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ

กองทุนอินโนเวชั่นวัน เป็นกองทุนแนวคิดใหม่ที่ อว. เห็นว่าจะช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศได้ ผ่านการร่วมมือกับภาคเอกชนโดย ส.อ.ท.

“ขนาดเศรษฐกิจของประเทศไทยค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับระดับโลก ปัจจุบันเราพยายามส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยวางงบประมาณ 1.3% ของ GDP จากเมื่อ 8 ปีก่อน งบ R&D อยู่ที่ 0.38% ของ GDP เราตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 งบ R&D ในไทยจะขึ้นเป็น 2% ของ GDP ขึ้นไป เทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว”

สำหรับภายในงานวันนี้ (28 เม.ย.66) ได้มีการเซ็น MOU ระหว่าง บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด และ ส.อ.ท. ตลอดจน บริษัท ซียู เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ของจุฬาฯ นำร่องจับคู่กับ บริษัท ไฮฟ์กราวนด์ จำกัด สตาร์ทอัพเทคโนโลยีเกษตร ที่ทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) บริหารจัดการการเพาะปลูกที่ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า และนำหลัก Agritech มาใช้กับเกษตรดั้งเดิม

นอกจากนี้ ภายในงานประกอบด้วยบูธต่าง ๆ จากหลายบริษัท อาทิ บริษัท วาวา เซอร์วิส แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (MyWaWa), บริษัท แอพแมน จำกัด (APPMAN), บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme) เป็นต้น ที่ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่