SAK ไตรมาสแรกกำไร 175 ลบ. โต 6.2 % ลุยสินเชื่อโซลาร์รูฟที่อยู่อาศัย

714

บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 175 ล้านบาท เติบโต 6.2% ขยายสาขาครบ 100 แห่งตามเป้า ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น หนุนพอร์ตสินเชื่อรวม 11,127 ล้านบาท เติบโต 20% ประเมินไตรมาส 2 แนวโน้มความต้องการสินเชื่อในภาคการเกษตรเพิ่มต่อเนื่อง รับจังหวะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูก เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อโซลาร์รูปท็อป มั่นใจทั้งปีพอร์ตสินเชื่อแตะ 13,500 ล้านบาท

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ ‘ศักดิ์สยามลิสซิ่ง’ เปิดเผยว่า ไตรทาสแรกบริษัทมีรายได้รวม 637.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมาจากขยายสาขาใหม่ครบ 100 แห่ง เป็นไปตามเป้าหมาย

ส่งผลให้มีสาขาให้บริการทั้งสิ้น 1,029 สาขา จากปีที่ผ่านมามีจำนวน 929 สาขา ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นและช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น
ส่งผลดีต่อภาพรวมพอร์ตสินเชื่อโดยรวมในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 11,127 ล้านบาท เติบโต 20% แบ่งเป็น

  • สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน 8,965 ล้านบาท มีสัดส่วน 80.6%
  • สินเชื่อส่วนบุคคลที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน 281 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.5%
  • สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 1,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.7%
  • สินเชื่อเช่าซื้อ 569 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1%
  • สินเชื่อที่ดิน 10 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.1% และสินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัย 2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.02% ของพอร์ตสินเชื่อรวม

นอกจากนี้ SAK ยังสามารถบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมหนี้ NPLs ให้อยู่ในระดับ 2.5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.3%

ส่วนแนวโน้มความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 2 ประเมินว่าจะมีอัตราการเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูก โดยเกษตรกรเป็นฐานลูกค้าหลักซึ่งมีความต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุนทำเกษตรกรรมในช่วงเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้สินเชื่อโซลาร์ รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัย เริ่มเป็นที่ต้องการของประชาชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น จึงมีแนวโน้มหันมาติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป สำหรับที่อยู่อาศัย เพื่อประหยัดไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทพร้อมปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและหมุนเวียนในด้านต่างๆ ภายใต้การพิจารณาสินเชื่อที่รัดกุมเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยศักยภาพการขยายสินเชื่อหลากหลายยิ่งขึ้น

“มั่นใจผลดำเนินงานปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยพอร์ตสินเชื่อทั้งปีแตะ 13,500 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีที่ผ่านมาพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 10,800 ล้านบาท” นายศิวพงศ์ กล่าว