กบน.คาดรักษาระดับ “ราคาดีเซล” 32 บาท/ลิตร หากขึ้นภาษีดีเซล 5 บาท/ลิตร

482

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กล่าวว่า บอร์ด กบน. ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ได้สั่งการให้กองทุนฯ เตรียมสรุปสมมติฐานต่าง ๆ (Scenario Analysis) เสนอทั้งรัฐบาลรักษาการ และรัฐบาลใหม่ เพื่อให้ทราบทิศทางและให้นโยบายทางการเมืองว่าจะตัดสินใจดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับทิศทางราคาดีเซล ซึ่งขณะนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 32 บาท/ลิตร ภายใต้การลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 5 บาท/ลิตร จนถึงวันที่ 20 ก.ค.66 (จัดเพียง 1.34 บาท/ลิตร) และเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ 5.43 บาท/ลิตร

โดย กบน.ได้ติดตามราคาไปจนถึงสิ้นปี 66 ประเมินว่า หากราคาดีเซลตลาดโลกอยู่ที่ราคาปัจจุบันประมาณ 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 33-35 บาท/เหรียญสหรัฐ ได้เตรียมทำสมมติฐาน 2 แนวทาง ได้แก่

1. กรณีนโยบายภาครัฐให้ขึ้นภาษีดีเซล 5 บาท/ลิตร หลังวันที่ 20 ก.ค.66 ทาง กบน.ก็คาดว่าจะสามารถรักษาระดับราคาดีเซล 32 บาท/ลิตร ด้วยการลดการจัดเก็บเงินกองทุนฯ ประมาณ 5 บาท/ลิตร โดยกองทุนสำหรับดีเซลจะเหลือประมาณ 43 สตางค์/ลิตร ก็จะเพียงพอในการดูแลสภาพคล่องกองทุนฯ ได้

2. กรณีรัฐบาลต้องการให้ลดราคาดีเซลต่ำกว่า 32 บาท/ลิตร กรณีนี้รัฐบาลก็ต้องใช้นโยบายภาษีเข้ามาร่วมดูแลด้วย โดยแทนที่จะขึ้นทันที 5 บาท/ลิตร ก็จะต้องทยอยขึ้น อาจจะเป็น 2-3 บาท/ลิตร แนวทางนี้กองทุนฯ ก็จะร่วมดูแลโดยการลดการจัดเก็บเงินกองทุนฯ ควบคู่ไปด้วย เช่น หากต้องการเห็นดีเซล 30 บาท/ลิตร ก็ต้องลดภาษีต่ออีก 2 บาท/ลิตร และลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันลง 5 บาท/ลิตร

ปัจจุบัน (29 พ.ค.66) เงินกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดติดลบ 69,000 ล้านบาท จากเคยติดลบสูงสุดกว่า 1.3 แสนล้านบาท โดยสภาพคล่องในขณะนี้ดีขึ้นจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลง มีเงินไหลเข้าราว 10,000 ล้านบาท/เดือน (จากการจัดเก็บเงินกองทุนอัตราปัจจุบัน) และอีก 2 เดือน ก็คาดว่าเงินกองทุนฯ จะติดลบเหลือ 5 หมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้น หากลดเงินกองทุนฯ ที่เก็บดีเซลจาก 5.43 บาท เหลือประมาณ 0.43 บาท/ลิตร จากยอดการใช้ดีเซลราว 65-67 ล้านลิตร/วัน ก็คาดว่าจะมีเงินไหลเข้ากองทุนส่วนนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท/เดือน ก็น่าจะมีเงินเพียงพอในการจ่ายคืนเจ้าหนี้ที่กองทุนฯ กู้ ซึ่งขณะนี้กู้แล้ว 5 หมื่นล้านบาท และจะกู้เพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท เป็น 7 หมื่นล้านบาท ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งกู้เท่านี้ก็จะเพียงพอ ไม่ต้องกู้เพิ่มอีก ตามกรอบได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อกู้ในวงเงิน 150,000 ล้านบาท โดยบรรจุเป็นหนี้สาธารณะของประเทศไปแล้ว 110,000 ล้านบาท

ทั้งนี้กองทุนฯพร้อมจะลดการจัดเก็บเงินสำหรับดีเซล โดยจะต้องพิจารณาทั้งจากนโยบายรัฐบาล ราคาตลาดโลก การจ่ายคืนเจ้าหนี้ และการดำเนินการตามวินัยการเงิน การคลัง ซึ่งหากราคาดีเซลสิงคโปร์ ยังอยู่ที่ 90 เหรียญ การใช้ดีเซลยังสูงราว 65-67 ล้านบาร์เรล/วัน เงินสดจะเข้ามาเป็นบวก ไม่ติดลบคาดว่าราคาดีเซลจะอยู่ได้ที่ 32 บาทแม้ว่าจะขึ้นภาษี 5 บาท/ลิตร

โดยปัจจัยหลักที่สภาพคล่องกองทุนฯดีขึ้นมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกผ่อนคลายลง ดีเซลโลก(Gas Oil) เดือนต.ค.65 ที่เคยสูงถึง 133.84 เหรียญต่อบาร์เรล ได้ปรับลดลงมา โดยช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.(1-12 พ.ค.66) ราคาดีเซลลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 87.49 เหรียญ/บาร์เรล หรือลดลงเฉลี่ยถึงเกือบ 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ส่วนอีกปัจจัยคือ ความสามารถในการกู้ยืมเงินมาชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันฯดีขึ้น ภายหลังจากกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้ยืมของ สกนช. ทำมีสภาพคล่องมากขึ้นและได้ลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไปแล้วตั้งแต่ต้นปี 2566 ถึง 6 ครั้ง จาก 35 บาทต่อลิตร เหลือ 32 บาทต่อลิตร (ณ วันที่ 15 พ.ค.66)