“เศรษฐกิจดิจิทัล” อาเซียนอาจมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลล์ แต่ยังเผชิญหลายด้าน

519

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก โดยได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงผู้บริโภคดิจิทัลกว่า 460 ล้านคน ประชากรหนุ่มสาวที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ตลอดจนการเจาะระบบอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น

โดยเศรษฐกิจดิจิทัลใน 6 ประเทศในกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม คาดว่าจะเติบโต 6% ต่อปี เป็นไปตามรายงาน e-Conomy SEA 2022 ล่าสุดที่เผยแพร่โดย Google, Temasek และ Bain & Company ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงเผชิญอุปสรรคอยู่ จากการแบ่งแยกระหว่างเมืองกับชนบท ไปจนถึงความรู้ทางดิจิทัลที่ต่ำ ภูมิภาคนี้ยังคงต่อสู้กับความท้าทายที่อาจขัดขวางการเติบโตดังกล่าว

แอนโธนี ทู นักวิเคราะห์วิจัยจาก S. Rajaratnam School of International Studies ระบุว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนกำลังขยายตัว แต่ก็มีการแบ่งแยกทางดิจิทัล สิงคโปร์เป็นสมาชิกอาเซียนที่มีดิจิทัลมากที่สุด สำหรับมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ไทย และเวียดนาม มักจะขาดตัวชี้วัดบางอย่าง ในขณะที่เมียนมา ลาว และกัมพูชายังขาดโอกาสในการเปลี่ยนสู่ดิจิทัล”

ในด้านกรอบการกำกับดูแล สิงคโปร์และมาเลเซียมีตัวบ่งชี้การบูรณาการทางดิจิทัลหลายตัวที่ดี ตาม รายงานของ ASEAN Digital Integration Index พบว่า บรูไน อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ขาดตัวชี้วัดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ซึ่งตัวชี้วัดบางอย่าง ได้แก่ การปกป้องข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ การชำระเงินแบบดิจิทัล ตลอดจนทักษะด้านดิจิทัล นวัตกรรม การเป็นผู้ประกอบการ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนกัมพูชา ลาว และเมียนมาทำคะแนนได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในทุกตัวชี้วัด

“เมียนมากำลังจะตามหลังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนมากขึ้น” Toh กล่าวเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายลงในเมียนมา สองปีนับตั้งแต่รัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมียนมายังคงอยู่ในความขัดแย้งลึกที่ทำให้ประเทศแตกแยก

Kenddrick Chan เพื่อนร่วมงานจาก Portulans Institute ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยอิสระในวอชิงตัน กล่าวว่า “ในการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น สำคัญมากที่จะต้องมีกรอบการกำกับดูแลขั้นพื้นฐาน เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมกันนี้คือการกระจายผลประโยชน์ที่ไม่สม่ำเสมอของเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นเพราะแต่ละประเทศอยู่ในขั้นตอนการพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่แตกต่างกัน”

ทั้งนี้อาเซียนได้วางนโยบายและกรอบการทำงานที่สำคัญ เช่น แผนแม่บทด้านดิจิทัลของอาเซียนปี 2568 และแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงของอาเซียนปี 2568 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการที่เป็นแนวทางในการร่วมมือด้านดิจิทัลของรัฐบาล

อย่างไรก็ตามตามรายงานของ World Economic Forum พบว่าเป้าหมายเหล่านี้จะต้องการการวิจัยโดยละเอียด การกำหนดนโยบายที่มีวิสัยทัศน์ และการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภูมิภาค

“ท้ายที่สุดแล้วต้องมีแนวคิดหรือข้อกำหนดเดียวกัน เช่น การถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดน” ชานกล่าว “สิงคโปร์มีกฎหมายที่รับรองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ การถ่ายโอนข้อมูลทางการเงินข้ามพรมแดนอย่างปลอดภัย แต่กัมพูชาไม่มี”

เจมส์ แทน หุ้นส่วนผู้จัดการของ Quest Ventures บริษัทร่วมทุนในสิงคโปร์กล่าวว่า “กฎระเบียบมักล้าหลังกว่านวัตกรรม และต้องมีกฎหมายใหม่ที่มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น การปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ภูมิทัศน์เปลี่ยนแปลงไป”

“ก่อนเกิดโรคระบาด ความแตกแยกทางดิจิทัลในเมืองและชนบทในอินโดนีเซียอยู่ที่ 24.8% ช่องว่างลดลงเล็กน้อยเหลือ 22.5 จุดในปี 2564 หลังโควิด” ตามรายงานของ Asia Competitiveness Institute ที่ Lee Kuan Yew School of Public Policy ซึ่งอ้างข้อมูลของสำนักงานสถิติของอินโดนีเซีย

อ้างอิง : https://www.cnbc.com/2023/06/01/aseans-digital-economy-has-great-potential-but-roadblocks-remain.html