8 พรรคร่วมรัฐบาลตั้ง “คณะทำงาน” เพิ่ม 5 คณะ ทสท.ชี้ทุกพรรคเห็นพ้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระเร่งด่วน

657

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน แถลงผลการประชุมการประชุมคณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่านของทั้ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ว่า สืบเนื่องจากที่มีการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พรรคประชาชาติ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานทั้งหมด 7 คณะ ได้แก่ คณะทำงานเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ, ปัญหาชายแดนภาคใต้, ปัญหาภัยแล้งเอลนิโญ, ปัญหาค่าไฟฟ้า น้ำมัน และพลังงาน, สิ่งแวดล้อม ฝุ่น PM2.5, ปัญหายาเสพติด และเศรษฐกิจ ปากท้อง SMEs

ขณะที่วันนี้ (6 มิ.ย.66) มีวาระการประชุมในการติดตามงานจากคณะทำงานทั้ง 7 คณะ โดยที่มีรายชื่อของคณะทำงาน พรรคละ 1 คน เพราะฉะนั้นในแต่ละคณะทำงานจะมีบุคลากรทั้งหมด 8 คน จากทุกพรรคที่ทำงานในเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ตามที่ตั้งตาม MOU

ในการประชุมวันนี้ วาระที่ 1 คณะทำงานเกี่ยวกับพลังงาน น้ำมันดีเซล อธิบายให้คณะกรรมการประสานงานได้ฟังถึงข้อดี ข้อเสีย รวมถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ผลกระทบต่อประชาชน เมื่อรัฐบาลปัจจุบันไม่ต่อภาษีสรรพาสามิต จะทำให้ราคาขึ้นเป็นเท่าไหร่

วาระที่ 2 เริ่มกำหนดบทบาทการทำงานของคณะทำงานต่าง ๆ สามารถทำงานต่อเนื่องและมีเอกภาพ และมีผลลัพธ์ที่ตะเกิดการเปลี่ยนกับประชาชนได้จริงทั้ง 7 คณะทำงาน

วารที่ 3 กำหนดคณะทำงานเพิ่มเติมอีก 5 คณะ เนื่องจากเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากและส่งผลกระทบพอสมควร ประกอบด้วย
– คณะทำงานเศรษฐกิจและรัฐบาลดิจิทัล
– คณะทำงานต่อต้านคอรัปชั่น ต่อต้านส่วย
– คณะทำงานสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์
– คณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ
– คณะทำงานปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ

นายพิธากล่าวว่าจะนำผลประชุมของคณะทำงานไปเสนอเข้าที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคในวันพรุ่งนี้ (7 มิ.ย.2566) และในอีก 2-3 สัปดาห์คณะทำงานจะลงพื้นที่ไปประชุมสัญจรในต่างจังหวัดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง เช่น การลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเรื่องสุราก้าวหน้า, การลงพื้นที่ภาคเหนือเรื่องปัญหา PM2.5

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่พรรคร่วมทั้ง 8 พรรคได้ทำงานร่วมกัน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ใช้ทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า พรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอแนะในการทำงาน 5 ประการ ประกอบด้วย

1.ความมั่นคงทางการคลัง พรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญในความมั่นคงทางการคลัง โดยทุกนโยบายจะต้องมีการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพ ลดการขาดดุลการคลังต่อเนื่องจนสามารถเข้าสู่สมดุลทางการคลังในอีก 7 ปีข้างหน้า

2.ระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพ มีฐานภาษีสูงขึ้น หมายถึงมีคนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่รายได้รัฐที่เพิ่มมากขึ้น การคำนวณภาษีต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงผลกระทบทั้งในแง่บวกและลบ ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและการระดมทุน

3.การออกแบบนโยบาย ต้องคำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับความเท่าเทียมในการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจ

4.ในแต่ละคณะอนุทำงานต้องวางแผนระยะสั้นเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน การวางแผนระยะกลางและระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาพลังงาน สิ่งแวดล้อม PM2.5 หรือระบบเศรษฐกิจ

5.การเปิดประเทศมีการหารายได้จากต่างประเทศที่สร้างรายได้ได้ ไทยต้องเปิดประเทศดึงดูดการค้าการลงทุน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระเร่งด่วน ส่วนเรื่องราคาพลังงานนั้นจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และให้ประชาชนจ่ายค่าพลังงานอย่างเป็นธรรม สำหรับความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่ใช่การให้ความสำคัญเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการเท่านั้น