Henley & Partners ชี้ “จีน” เผชิญวิกฤติเศรษฐีทั่วโลกย้ายออกในปี 66 หลังเศรษฐกิจชะลอตัว

443
Mao Tse Tung face on Yuan banknotes

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 สำนักข่าว The Business Times รายงานว่า เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส (Henley & Partners) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐานและขอสัญชาติชั้นนำในระดับนานาชาติ ระบุเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.66 ว่าจีนเผชิญการไหลออกสุทธิที่ใหญ่ที่สุดของเศรษฐีทั่วโลกในปี 2566 เนื่องจากการเติบโตของประเทศชะลอตัว

เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ระบุในรายงานการย้ายถิ่นฐานของ Henley Private Wealth Migration ซึ่งประเมินว่าจีนจะสูญเสียบุคคลที่มีมูลค่าสุทธิสูง (HNWI) จำนวน 13,500 รายที่มีความมั่งคั่งในการลงทุนมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยอินเดียที่มีการย้ายออกไป 6,500 ราย และสหราชอาณาจักรที่ 3,200 ราย

โดยแรงผลักดันสำคัญมาจากของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จากนโยบาย “เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” หมายความว่าผู้ประกอบการของจีนแห่กันไปยังสถานที่ที่เป็นมิตรมากขึ้น เช่น สิงคโปร์ หรือวางแผนสำรองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ข้อจำกัดเรื่องโควิด-19 ที่ยืดเยื้อได้เพิ่มเหตุผลที่คนร่ำรวยจะใช้ชีวิตในต่างประเทศ

Andrew Amoils หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทข่าวกรองความมั่งคั่ง New World Wealth กล่าวว่า “การเติบโตของความมั่งคั่งทั่วไปในจีนชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หมายความว่าการไหลออกล่าสุดอาจสร้างความเสียหายมากกว่าปกติ”

ขณะที่เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ปี 2543-2560 แต่ความมั่งคั่งและการเติบโตของเศรษฐีในประเทศกลับลดลงเล็กน้อยตั้งแต่นั้นมา

ในขณะเดียวกันการอพยพของ HNWI ของสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทำให้กลายเป็นผู้สูญเสียเศรษฐีรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก เหนือรัสเซียที่อยู่ในอันดับที่ 4

ในทางกลับกันออสเตรเลียคาดว่าจะแซงหน้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกลายเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่ดึงดูด HNWI ไหลเข้า โดยมีสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 3 เศรษฐีประมาณ 5,200 คนจะย้ายไปออสเตรเลียในปีนี้

 

อ้างอิง : https://www.businesstimes.com.sg/international/china-biggest-loser-millionaires-globally-report-says