ดีลอยท์จับมือ SME D BANK ปั้น SMEs- Startups ก้าวสู่ตลาดทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจ

261

ดีลอยท์ ประเทศไทย ผนึก SME D BANK ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ไลฟ์ ฟินคอร์ป จัดหลักสูตรติดอาวุธ SMEs- Startups ก้าวสู่ตลาดทุน เพิ่มศักยภาพธุรกิจ เสริมความรู้ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบงานที่สำคัญ การแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา สนับสนุนการต่อยอดเครือข่ายธุรกิจ จำลองการนำเสนอและรับฟังความเห็นจากนักลงทุนตัวจริง พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนสูงสุด 1 ล้านบาท

นายชวาลา เทียนประเสริฐกิจ Audit & Assurance Leader ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับเกียรติร่วมเป็นที่ปรึกษาโครงการ Acceleration Program – Road to LiVE หรือเส้นทางเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) และ บริษัท ไลฟ์ ฟินคอร์ป จำกัด (LiVE) จัดขึ้นเพื่อเสริมความพร้อมที่สำคัญให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางถึงขนาดย่อม (SMEs) และสตาร์ตอัพไทย (Startups) ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแผนจะเข้าระดมทุนในตลาดทุน “LiVE Exchange” เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยหวังให้บริษัทเหล่านี้พัฒนาและเติบโตต่อไปได้เป็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้ ดีลอยท์ ได้ร่วมให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางการเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้ SMEs และ Startups ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถพัฒนาเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และสามารถระดมทุนผ่านกลไกตลาดทุนได้ตามวัตถุประสงค์ โดยมีระยะเวลาโครงการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 ถึง มกราคม 2567

“ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำแนะนำตั้งแต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานจากธุรกิจครอบครัวสู่ธุรกิจมหาชน การทำแผนธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และกำหนดการควบคุมภายใน ทั้งประเด็นทางกฎหมาย การวางแผนภาษี การจัดทำรายงานทางการเงินตามมาตรฐานที่กำหนด การสร้างความสนใจจากนักลงทุน ฯลฯ” นายชวาลากล่าว

ทั้งนี้ ดีลอยท์ ยังมีส่วนร่วมประเมินผลผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ “CMDF” ในสัดส่วนราว 75% ของค่าใช้จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 80% ของกิจกรรม Workshop สามารถส่งรายงานความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อม และปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางที่ผู้เชียวชาญแนะนำ สำหรับส่วนงานที่ยังไม่พร้อมแต่สามารถระบุเวลาในการปรับปรุงให้ชัดเจน ก็มีโอกาสที่จะได้รับทุนสนับสนุนเช่นกัน

ด้าน นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า SME D BANK ได้ร่วมกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย คัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs และ Startups จำนวน 22 บริษัทที่มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่ตลาดทุน โดยเป็นบริษัทที่มีนโยบายและแผนธุรกิจ โครงสร้างองค์กร, การบริหารจัดการภายใน, ระบบงานที่สำคัญ (Enterprise System) รวมถึงความพร้อมของข้อมูลทางการเงิน เพื่อสามารถจัดทำระบบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะช่วยให้องค์กรพัฒนาและขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไป

โดยผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้พัฒนาธุรกิจและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1. การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ เสริมความรู้ในการเตรียมความพร้อม และพัฒนาระบบงานที่สำคัญ 2. ให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ (Coaching) ตรงตามความสนใจของผู้ประกอบการ 3. ต่อยอดเครือข่ายธุรกิจ (Networking) และ 4. จำลองการนำเสนอ (Pitching) และรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนตัวจริง“ นายโมกุล กล่าว

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ กล่าวว่า “โครงการ Acceleration Program – Road to LiVE จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ไทยในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมให้มีความรู้และความเข้าใจในขั้นตอนและกลไกการระดมทุน รวมถึงการเตรียมระบบงานที่สำคัญ และเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากร เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยหวังให้บริษัทเหล่านี้ได้พัฒนาและเติบโตเป็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) อย่างมีคุณภาพต่อไป”

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุน คือการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้ประกอบการให้มีองค์ความรู้และความสามารถในการทำธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วนกว่า 40 องค์กร ทั้งหน่วยงานรัฐ, เอกชน, มหาวิทยาลัย, สมาคมองค์กรชั้นนำของประเทศ เพื่อพัฒนา “LiVE Platform” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมองค์ความรู้ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อม ให้กับผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศได้พัฒนาศักยภาพ และสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจได้ในอนาคต