4 ปัจจัยความหวังพาตลาดคริปโตกลับสู่ขาขึ้น

1999

ท่ามกลางภาวะตลาดหมีของคริปโตที่ถูกกดดันจากนโยบายการเงินของ FED และการกำกับดูแลของ SEC สหรัญฐฯ แต่ยังพอมีปัจจัยบวกที่จะเป็นตัวพลิกให้ตลาดคริปโตสามารถที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้งเช่นกัน โดยประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยดังนี้

Bitcoin Halving

เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นทุก 4 ปี โดยจะเป็นกลไกที่ลดการปล่อยซัพพลายใหม่ของ Bitcoin ที่ให้กับนักขุดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทุกครั้งที่เกิด Halving จะเป็นสัญญาณของขาขึ้นรอบใหม่ของ Bitcoin และตลาดคริปโตตลอดสามครั้งที่ผ่านมาและในการเกิด Halving รอบที่สี่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนปี 2024 ทำให้ปัจจัยนี้เป็นความหวังที่จะทำให้ตลาดคริปโตกลับมาเป็นขาขึ้นได้

นอกจากนี้การเกิด Halving ในช่วงที่ตลาดการเงินโลกมีสภาพคล่องสูงหรืออยู่ในช่วงของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะเป็นตัวเร่งให้ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นได้ ซึ่งสสอดคล้องกับปีหน้าที่ FED จะเริ่มมีการลดดอกเบี้ยพอดี

มีการจัดตั้ง Bitcoin ETF สำเร็จ

นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมามีความพยายามจากบริษัทจัดการลงทุนจำนวนมากที่ยื่นขอจัดตั้ง Bitcoin ETF กับ ก.ล.ต.สหรัฐฯ แต่ยังไม่มีเคสไหนที่ประสบความสำเร็จ  แต่ล่าสุด Blackrock ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดูแลเงินลงทุนกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ ลงมายื่นขอจัดตั้ง Bitcoin ETF ด้วยตัวเอง ทำให้เกิดความหวังว่าในที่สุด Bitcoin ETF ก็จะสามารถได้รับอนุมัติในที่สุด

กรณีของ Bitcoin ETF ถ้าหากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลบวกต่อตลาดในสองแง่มุมคือ อย่างแรกถ้าหาก SEC สหรัฐฯอนุมัติกองทุนนี้ แสดงว่าหน่วยงานกำกับดูแลให้การรับรองสินทรัพย์นี้ จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาลงทุนใน Bitcoin มากขึ้น

อีกข้อคือการมี ETF จะช่วยขยายฐานของนักลงทุนทั่วโลกให้สามารถเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น จากเดิมที่จะต้องไปเปิดบัญชี Exchange หรือเก็บใน Custody และ Hardware Wallet ซึ่งอาจจะไม่สะดวก ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯเป็นศูนย์กลางของการลงทุนทั่วโลกอยู่แล้วจะยิ่งทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนใน Bitcoin มากขึ้น

ถ้าหาก ETF Bitcoin ถูกจัดตั้งได้จริงก็มีโอกาสสูงที่เม็ดเงินจะไหลมาลงทุนใน Bitcoin มากขึ้นและราคาก็อาจจะไปในทิศทางเดียวกับที่ทองคำเคยทำมาก่อนในอดีตที่มีการจัดตั้ง ETF เช่นกัน ประกอบกับช่วงเวลาที่อาจจะได้รับอนุมัติเป็นช่วงที่แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯอาจจะเข้าสู่ขาลงพอดีซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนของราคา Bitcoin ได้

สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้

การที่ตลาดคริปโตจะ Bullish ได้จำเป็นที่จะต้องอาศัยเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ที่มีการบริหารเงินให้กับลูกค้าเข้ามาช่วยผลักดันเพราะลำพังเม็ดเงินจากรายย่อยเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอซึ่งที่ผ่านมาเริ่มจะได้เห็นสถาบันการเงินที่ได้รับการยอมรับเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด Fidelity, Citadel และ Schwab ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนระดับโลกร่วมกันเปิดธุรกิจ Exchange รวมถึง Deutsche Bank ธนาคารอันดับหนึ่งของเยอรมัน ยื่นขอใบอนุญาตเป็น Custody ในการจัดเก็บคริปโต นี้อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าจะได้เห็นสถาบันการเงินระดับโลกเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

คนจีนกลับคืนสู่ตลาดคริปโต

นอกเหนือจากนักลงทุนในสหรัฐฯที่เป็นแหล่งเงินสำคัญของตลาดคริปโตแล้ว ประเทศจีนยังเคยเป็นแหล่งระดมทุนใหญ่ในช่วงปี 2016-2017 ก่อนที่ปี 2018 รัฐบาลจีนจะเข้าห้ามซื้อขายคริปโตอย่างจริงจังจนเม็ดเงินจากกลุ่มนี้หายไปจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามเริ่มที่จะเห็นโอกาสที่คนจีนจะกลับเข้าสู่ตลาดคริปโตผ่านฮ่องกงซึ่งทำหน้าที่เป็นตลาดการเงินที่เชื่อมระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับตลาดโลกมาโดยตลอด ปัจจุบันทางการฮ่องกงได้ผ่อนคลายกฎระเบียบให้รายย่อยสามารถซื้อขายคริปโตได้เฉพาะเหรียญที่มีมาร์เกตแคปขนาดใหญ่ รวมถึงเปิดให้เข้ามาขอใบอนุญาต Exchange ได้จนทำให้  Exchange รายแห่งรวมถึงระดับ Top 5 ของโลกอย่าง OKX และ Huobi ให้ความสนใจที่จะเข้ามาขอไลเซ่นส์

นี่เป็นโอกาสหนึ่งที่จะทำให้ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักได้ถ้าหากเม็ดเงินที่เคยลงทุนในตลาดสหรัฐฯมีการย้ายเข้ามาลงทุนในตลาดฝั่งเอเชียที่มีนโยบายส่งเสริมคริปโตอย่างชัดเจน เพราะแท้จริงแล้วฝั่งเอเชียมีนักลงทุนคริปโตเป็นจำนวนมากเพียงแค่จำนวนเม็ดเงินลงทุนอาจจะน้อยกว่าฝั่งตะวันตก

ทั้ง 4 ปัจจัยนี้ล้วนแต่มีโอกาสและความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมดซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักได้อีกครั้งรวมถึงจะได้เห็นการมาของเทคโนโลยีใหม่ๆในโลกคริปโตหลังจากนี้