“Ericsson” เซ็นเอ็มโอยู DEPA ขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันผ่านเครือข่าย 5G ในไทย คาดดึงดูดเงินลงทุน 5 พันลบ.

275

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่จะมีเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลประเทศไทย (Eastern Economic Corridor of Digital: EECd) หรือ Digital Park Thailand เป็นส่วนหนึ่งของ EEC นั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA เร่งดำเนินการตามนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยการพัฒนา Thailand Digital Valley บนพื้นที่ 30 ไร่ ใน EECd เพื่อดึงดูด สร้างแรงจูงใจ สร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ โดยมุ่งสร้างความร่วมมือดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา สถาบัน และภาครัฐ ในการสร้าง Digital Ecosystem และ Open Platform สำหรับเหล่า Startups ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจน ส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบสินค้าและบริการดิจิทัลของธุรกิจชั้นนำ และ Startups

ล่าสุด อีริคสัน (Ericsson) ซึ่งเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก ให้บริการเครือข่าย 5G จำนวน 147 เครือข่ายใน 63 ประเทศทั่วโลก ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับ DEPA เพื่อขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันผ่านการใช้เครือข่าย 5G ในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะประกอบด้วยการแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ความรู้ความเข้าใจขั้นสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัยของอีริคสันเพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านนวัตกรรม (Innolab) ขึ้นใน Thailand Digital Valley จ. ชลบุรี เพื่อใช้เป็นศูนย์ทดสอบเครือข่าย 5G และศูนย์บริการสำหรับการทดสอบเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและเครือข่ายใหม่ๆ อาทิ การแบ่งปันคลื่นความถี่ (Spectrum Sharing) ตลอดจนการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลใหม่ๆ ในประเทศไทย

“พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นวางแผนและลงมือปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จจริงจนเห็นเป็นรูปธรรมเพื่ออนาคตของคนไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการพัฒนา Thailand Digital Valley ใน EECd ของไทยให้เทียบชั้นกับซิลิคอนวัลเลย์ในอเมริกา โดย Thailand Digital Valley จะเป็นศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ในประเทศ ดึงดูด Tech Startup และบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก และจะกลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลสำคัญ เป็นฐานรากของประเทศ เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ ซึ่งจะมีการสนับสนุนการร่วมกันคิดค้นและพัฒนาฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะใหม่ๆ รวมถึง Big Dataเทคโนโลยี IoT, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ซอฟต์แวร์คอนเวอร์เจนซ์ (Software Convergence), นวัตกรรมคลาวด์ (Cloud Innovation) และบริการเนื้อหาดิจิทัล ครอบคลุมไปถึงอุตสาหกรรมแอนิเมชัน เกม และอีสปอร์ต ซึ่งโครงการนี้มุ่งสร้างงงาน 20,000 ตำแหน่งและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติกว่า 5 พันล้านบาทต่อปี”