ธปท. ปรับปรุงสถิติเงินกู้ยืมฯ อัปเดตหนี้ครัวเรือนไทยขยับเป็น 90.6% ต่อ GDP

841

ดร. สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับปรุงความครอบคลุมของสถิติเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนให้มีความครบถ้วนมากขึ้น

โดยประเมินแล้วว่าข้อมูลใหม่

  1. มีความน่าเชื่อถือของวิธีการจัดเก็บและประมวลผล
  2. มีคุณภาพ อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจได้
  3. มีความถี่ของการจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลที่สม่ำเสมอ
  4. ไม่ล่าช้าเกินไป

ความครอบคลุมที่เพิ่มขึ้นมาจากผู้ให้กู้ 4 กลุ่ม โดยยอดหนี้แต่ละกลุ่ม ณ ไตรมาส 1 ปี 2566 มีดังนี้ กยศ. 483 พันล้านบ. สหกรณ์อื่น ๆ (ที่ไม่ใช่สหกรณ์ออมทรัพย์”) 265 พันล้านบ. การเคหะแห่งชาติ 11 พันล้านบ. และพิโกไฟแนนซ์ 6 พันล้านบ. ซึ่ง ธปท. มีข้อมูลของกลุ่มผู้ให้กู้เหล่านี้ ตั้งแต่ปี 2555 จึงปรับข้อมูลย้อนหลังไปถึงไตรมาส 1 ปี 2555

โดยยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากชุดข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่นี้ เป็นหนี้ที่มีอยู่แล้ว ไมใช่หนี้ที่เพิ่งเกิดใหม่ โดย ณ ไตรมาส 1 ปี 2566 มียอดหนี้เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 766 พันล้านบ. ส่วนใหญ่เป็น หนี้เพื่อการศึกษา 485 พันล้านบ. และหนี้เพื่อการประกอบอาชีพ 183 พันล้านบ. ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนหลังปรับปรุงมียอดคงค้าง 16.0 ล้านล้านบ. คิดเป็น 90.6% ต่อ GDP เพิ่มขึ้นจากข้อมูลก่อน ปรับปรุง 4.3% ต่อ GDP หรือที่อยู่ในระดับ 86% ต่อ GDP นอกจากนี้ โครงสร้างสัดส่วนที่จำแนกตามวัตฤประสงค์การกู้ยืมไม่แตกต่างจากข้อมูลก่อนปรับปรุง