รู้จัก “Soft Power” สร้างอิทธิพลทางความคิด

298

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันนับเป็นยุคที่การเชื่อมต่อกันระหว่างสังคมและเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด “Soft Power” จึงเป็นคำศัพท์ที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ซึ่ง Soft Power เป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกับคำว่า Hard Power อย่างสิ้นเชิง ซึ่งนิยามของ Hard Power คือการใช้อำนาจ แต่ทว่านิยามของ Soft Power นั้นคือ การสร้างอิทธิพลและกำลังใจให้กับผู้อื่น ด้วยการโน้มน้าวใจหรือการทำให้กลุ่มเป้าหมายคล้อยตามและชื่นชอบ โดยปราศจากการใช้อำนาจ แต่จะใช้จุดเด่นด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรมมาสร้างเสน่ห์ให้คนหลงรัก จนกลายเป็นความเชื่อถือและความไว้ใจ เช่น การใช้ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา การศึกษา วิทยาการและการวิจัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ความเชื่อมั่น และการสนับสนุนจากคนอื่นๆ เป็นต้น

ในบทความนี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้หยิบยกส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์จาก คุณเอริกา เมษินทรีย์ เช็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิน เดอะ ลีด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Youth In Charge และ คุณสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร Founder & CEO Saturday School ที่ให้เกียรติมาร่วมมาแบ่งบันประสบการณ์ในรายการ open talk มาแบ่งปัน พร้อมพาไปสำรวจและเข้าใจถึงความสำคัญของ Soft Power และวิธีการนำไปใช้ในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศ ในแง่มุมต่าง ๆ ดังนี้

ในแง่มุมของสังคมและวัฒนธรรม

การพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบัน การใช้ Soft Power นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการช่วยส่งเสริมความเข้าใจและสร้างความสามารถให้กับประชาชนและสังคม ซึ่งการร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการที่จะช่วยพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมให้แพร่หลายไปในระดับสากล โดยการช่วยส่งเสริมความเสมอภาค สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้คนในสังคม รวมทั้งสนับสนุนศิลปะ วัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง พร้อมทั้งช่วยสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน

โดย คุณเอริกา เมษินทรีย์ เช็น ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในรายการ open talk EP.35 : Youth Power ขับเคลื่อน Soft Power ไว้ว่า “Soft Power ถ้าเรามองแล้วจริงๆ มันเป็นอะไรที่มีพลังและมีศักยภาพในการสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศ ให้กับคนไทยเยอะแยะมากมาย ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานควรหลุดออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นความไม่คุ้นเคยกับการทำงานข้ามสาย หรือการร่วมมือกันกับหน่วยงานอื่นๆ เพราะในอนาคตหากเราต้องการจะอยู่รอด ประสบความสำเร็จ หรือต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และยั่งยืน จะต้องเกิดการทำงานร่วมกันที่จริงจังมากกว่านี้แน่นอน”

ดังนั้น การจะผลักดันให้ Soft Power ของไทยแพร่หลายไปในระดับสากลได้นั้น ความตั้งใจของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคงไม่พอ สิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งคือต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเงินที่สนับสนุนเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพึ่งพานโยบายต่างๆ และต้องมีการวางแผนการปฏิบัติตามแผนอย่างถูกต้อง จึงจะสามารถพัฒนาและสร้างความเจริญก้าวหน้าในสังคมและวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน

ในแง่มุมของการพัฒนาการศึกษา

การที่จะสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพขึ้นมาในสังคมได้นั้นหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการศึกษา เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความรู้และพัฒนาตนเองได้แล้วนั้น สิ่งนี้ยังสามารถเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศได้ ยกตัวอย่างเช่น การส่งเสริมทรัพยากรความหวังและอนาคตของประเทศให้มี Soft Skill ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานและกระบวนการสร้าง Soft Power เพราะหากประเทศมีการส่งเสริมการศึกษาที่ถูกทิศทาง ตลอดจนวางแผนการผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ ย่อมทำให้ประเทศมีต้นทุนที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

โดย คุณสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ได้กล่าวในรายการ open talk EP.16 : ฝันใหญ่ครูยีราฟ ปั้น Saturday School เปิดประตูสู่มิติใหม่แห่งการศึกษานอกห้องเรียนไว้ว่า “อยากให้เราเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กแต่ละคนว่าเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ แม้ว่าเราจะมีพื้นฐานและต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกัน และเชื่อว่าเด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีเมื่อเขาได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจ ดังนั้นการมุ่งพัฒนา Soft Skills ให้กับเด็กๆ ซึ่งจะติดตัวพวกเขาไปในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม การมุ่งพัฒนาและดึงศักยภาพของทุกคนจากภายใน จะช่วยเสริมสร้าง Growth Mindset ให้เขาเป็นคนดี และอยากแบ่งปันให้ผู้อื่น”

ดังนั้น การพัฒนา Soft Skill ในเด็กๆ จึงไม่เพียงแค่สร้างสรรค์ทักษะที่เป็นประโยชน์ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานและเป็นกระบวนการสำคัญที่จะส่งเสริมให้เกิด Soft Power ในระดับบุคคลและสังคมได้ ผ่านการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้และกิจกรรมนอกห้องเรียน ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนและแทรกซึมอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งนับว่าเป็นผลโดยอ้อมที่ช่วยส่งผลถึงค่านิยมและหลงใหลในวัฒนธรรม จนเกิดเป็นบุคคลในรูปแบบที่ต้องการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สามารถเรียนรู้ได้ตลอด และสามารถเป็นพลังขับเคลื่อน Soft Power ของไทยให้แพร่หลายไปในระดับสากลได้ในอนาคต

Soft Power อาจเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วใกล้ตัวกว่าที่คิดกันไว้มาก เนื่องจาก Soft Power นั้นสามารถส่งผลต่อความคิดและทัศนคติให้คนคล้อยตามได้แบบที่ไม่รู้ตัว เป็นตัวช่วยในการสร้างอิทธิพลทางความคิดด้วยการเชื่อมถึงกันด้วยวิธีการที่ไม่ใช่การบีบบังคับ ซึ่งนับว่าเป็นผลโดยอ้อมที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนของ Soft Power ดังนั้น เพื่อสร้างเสริมความแข็งแกร่งและความสำเร็จของประเทศในยุคที่มีการเชื่อมต่อระหว่างสังคมและเทคโนโลยี รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงความคิดและเสรีภาพมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดแล้วนั้น Soft Power จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างอิทธิพลและความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งในระดับนานาชาติได้ต่อไป

จากที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่เนื้อหาบางส่วนที่ OPEN-TEC ได้รวบรวมไว้จากรายการ open talk เท่านั้น หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ :
https://www.open-tec.com/open-tec/th/opentalk-ep16-saturday-school/
https://www.open-tec.com/open-tec/th/opentalk-ep35-softpower-th/