เตือน 54 จังหวัด รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก 1-3 ส.ค.

230
พยากรณ์อากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2566 เตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีประกาศดังนี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา (ฉ.4)
เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย
และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 4 (209/2566)
(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2566)
————————

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้

31 กรกฎาคม 2566

ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

1-3 สิงหาคม 2566

ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี สมุทรสาคร และนครปฐม

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2566
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ยังได้ออกประกาศการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน ระหว่าง 31 ก.ค.-9 ส.ค. 66 โดยพยากรณ์ว่าประเทศไทยในหลายๆ พื้นที่ จะยังมีฝนต่อเนื่อง โดยมีประกาศดังนี้

พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 31 ก.ค.-9 ส.ค. 66 อัพเดท 2023073012 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) :

31 ก.ค. – 4 ส.ค.66 ยังมีฝนต่อเนื่อง บริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออกด้านรับมรสุม (จันทบุรี ตราด) และภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา) ส่วน กทม.และปริมณฑล จะเริ่มมีฝนช่วงบ่าย-ค่ำ ส่วนใหญ่ยังเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานตอนบน ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำ

คลื่นลมในทะเลทั้ง 2 ฝั่ง มีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ชาวเรือ ชาวประมงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

ในระยะนี้ ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมได้พาดผ่านบริเวณตอนบนของภาคเหนือ ภาคอีสาน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง พัดปกคลุม และมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทางตอนบนของเวียดนาม

ช่วง 5-9 ส.ค.66 ฝนน้อยลง แต่ยังมีเกิดขึ้นได้บริเวณภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน เนื่องจากมรสุมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนลง

ในระยะนี้ในมหาสมุทรแปซิฟิก พายุโซนร้อน”ขนุน (KHANUN)” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้ว กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือ ค่อนไปทางเหนือ ทิศทางไม่ได้มุ่งเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่มีผลกระทบกับบ้านเรา (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ)