“ดอลลาร์” แข็งค่าสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ขานรับจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด

327
ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ค่าเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” แข็งค่าสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในวันพฤหัสบดี (3 ส.ค.) หลังจากข้อมูลตลาดแรงงานที่สดใส ขณะที่ค่าเงินสเตอร์ลิงแข็งค่าขึ้นก่อนการรายงานผลประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด 0.50%

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.66 มีการรายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ในเดือนกรกฎาคม ในขณะที่แผนการของกระทรวงการคลังสหรัฐที่จะเพิ่มขนาดการประมูลพันธบัตรรัฐบาลในไตรมาสที่ 3 ผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐสูงขึ้นและหนุนเงินดอลลาร์

Niels Christensen หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Nordea กล่าวว่า “ข้อมูลจากสหรัฐยังคงแข็งแกร่งเกินคาด สถานการณ์การจ้างงานยังคงดีมาก ซึ่งยังคงหนุนค่าเงินดอลลาร์ต่อไป”

ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งใช้วัดค่าเงินเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล พุ่งขึ้นสูงถึง 102.84 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.1% ที่ 102.73 ซึ่งขยายเพิ่มขึ้น 0.5% จากวันพุธ (2 ส.ค.)

ขณะเดียวกันเกาะติดรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่มีกำหนดรายงานในวันศุกร์ (4 ส.ค.)

เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น เงินสเตอร์ลิงร่วงลง 0.1% สู่ระดับ 1.27 ปอนด์ต่อดอลลาร์ ในวันพุธ (2 ส.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ 1.2680 ดอลลาร์

ขณะที่เงินเยนสูงขึ้นเกือบ 0.3% ที่ 143.95 เยนต่อดอลลาร์ ได้รับประโยชน์จากการไม่ชอบความเสี่ยง เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกลดลงต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ค่าเงินตกลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสี่สัปดาห์ที่ 143.89 เยนต่อดอลลาร์ และได้รับแรงกดดันในสัปดาห์นี้แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะคลายการควบคุมอัตราดอกเบี้ย

ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.2% ที่ 1.0922 ยูโรต่อดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 0.6522 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์ก็ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายนที่ 0.6065 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยร่วงลงมากกว่า 1% ในวันพุธ (2 ส.ค.)

อ้างอิง : https://www.reuters.com/markets/currencies/dollar-stands-tall-us-economic-resilience-trumps-fiscal-uncertainty-2023-08-03/