“เศรษฐา” เชื่อรวมเสียงได้เกิน 300 รัฐบาลมีเสถียรภาพ ให้เกียรติพรรคร่วมคัดคนนั่ง ครม.

231

วันที่ 12 ส.ค. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยสามารถรวมเสียงโหวตแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้ถึง 315 เสียง มั่นใจจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพหรือไม่ ตนมองว่าเสียง 300 ต้นๆ ถือว่ามีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตามนายเศรษฐากล่าวว่า“แต่ถ้าต้องบริหารเรื่องความคาดหวังของแต่ละพรรคร่วม ก็ต้องมาพูดคุยถึงนโยบายรวม ซึ่งจะเป็นนโยบายของรัฐบาล ต้องมาพูดคุยกันให้ดี “

เมื่อถามว่าการมาเป็นนายกฯ ในขณะที่ประเทศเจอวิกฤติเช่นนี้ เหนื่อยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การมาเป็นผู้นำรัฐบาล การทำงานการเมือง ตนมองว่าก็เหนื่อยตลอด คณิตศาสตร์ที่ออกมาจากการเลือกตั้งตัวเลขที่ออกมายิ่งทำให้เหนื่อย มันจะง่ายขึ้นถ้าพรรคเพื่อไทยได้แลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่ได้ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับและอยู่กับความเป็นจริงว่าเราไม่ได้แลนด์สไลด์

เมื่อถามอีกว่า การเป็นรัฐบาลผสมเช่นนี้จะพาประเทศออกจากหล่มที่เป็นอยู่ในตอนนี้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวมั่นใจว่าพรรคใดก็ตามที่จะเข้าร่วมรัฐบาลต้องเข้าใจปัญหาที่มีในปัจจุบัน ทั้งความเป็นอยู่ประชาชนที่ต้องยกระดับขึ้นมา ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปัญหาความขัดแย้งด้านความคิด เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจดี และจากการแถลงร่วมกันของแต่ละพรรคทุกคนเข้าใจปัญหาดี ฉะนั้นการมาร่วมด้วยช่วยกันในรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนเชื่อว่าต้องร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงแลนด์สไลด์เป้าหมายของเราอาจเป็นอย่างหนึ่ง พอเป็นพรรคร่วมเช่นนี้เป้าหมายจะเหมือนกันหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนมั่นใจ เพราะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 3 เดือน ถือเป็นครั้งยาวนานที่สุดในการตั้งรัฐบาล นักการเมืองและพรรคการเมืองทุกพรรคตกผลึกเรียบร้อยแล้วว่า มันยากลำบากจึงต้องร่วมด้วยช่วยกัน ปัญหาของประเทศสำคัญที่สุด ดังนั้นหน้าที่ของผู้นำรัฐบาลก็ต้องพยายามหล่อหลอมให้ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและไปสู่จุดมุ่งหมายได้ จะเป็นพรรคไหนก็ตามทีเชื่อว่าความเป็นห่วงบ้านเมืองต้องมีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าเมื่อได้เป็นนายกฯ จะทำหน้าที่เลือกบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่าต้องพูดคุยกัน และต้องให้เกียรติพรรคร่วมด้วย ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญ

เมื่อถามอีกว่าบางคนถูกสังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมหากมารับตำแหน่งรัฐมนตรี จะคัดเลือกอย่างไรให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) สง่างาม นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องให้เกียรติผู้ที่รับเสนอชื่อด้วย และหากใครที่มีเรื่องคดีความก็ต้องไปว่าตามกฎหมาย ถ้าเป็นไปได้ก็เป็นไปได้

ต่อข้อถามที่ว่าการมีพรรคร่วมจำนวนมากในฐานะผู้นำรัฐบาลจะสามารถบริหารให้รัฐบาลไปรอดได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า นโยบายรวมเป็นเรื่องสำคัญการพูดคุยกันก่อนที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาล ความคาดหวังผลงานของแต่ละกระทรวง จึงเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยและตกลงกันและต้องตั้งเป้าหมายให้เป็นจริง และมีระยะเวลาของแต่ละภารกิจให้ชัดเจนจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกัน

“เราอย่าบอกว่ารัฐมนตรีมาจากพรรค ก. หรือ ข. แต่เราเป็นรัฐบาลของประเทศไทย จึงถือเป็นภารกิจร่วม นายกฯมีหน้าที่หล่อหลอมให้บรรลุไปถึงจุดมุ่งหมายให้ได้” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าว

ขณะที่บ่ายวันนี้ นายเศรษฐา ตอบคำถามสื่อมวลชนก่อนเกม “รีโว่ ไทยลีก 2023/24” นัดเปิดสนามที่ “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี เสมอกับ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2-2 ที่สนามบุณยะจินดา ในประเด็นที่ว่า จะได้เก้าอี้รัฐมนตีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ ซึ่งนายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นกระทรวงสำคัญ ท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ส่วนกีฬาช่วยจิตใจประชาชน ดังนั้น มั่นใจว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะได้อยู่ในการดูแลของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่อยากพูดล้ำหน้าไป ให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล แต่นับเป็นกระทรวงลำดับต้นๆ สำคัญทั้งเศรษฐกิจและจิตใจ