รางวัลเกียรติยศ บริษัทยอดเยี่ยม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 2566 บมจ.ศุภาลัย

389

“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความสำเร็จเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นการสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่องเพราะศุภาลัย เป็นบริษัทที่มีการบริหารจัดการงานก่อสร้างด้วยตนเอง มีการทำงานอย่างครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม”

รางวัลเกียรติยศ

บริษัทยอดเยี่ยม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 2566
Best Public Company – Property and Construction Industry 2023

บมจ.ศุภาลัย

บมจ.ศุภาลัย ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 2566 Best Public Company – Property and Construction Industry 2023 จากผลประกอบการที่โดดเด่น สามารถสร้างรายได้ให้เติบโตและทำ High Record ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่พนักงานของบริษัทได้ทุ่มเทมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้นทุกปี เห็นได้จากยอดขาย ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ และรายได้ที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมที่มียอดขายลดลงกว่า 50% แต่ศุภาลัยกลับสามารถเติบโตและทำ High Record ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานทุกคนภายในองค์กรที่ทำให้บริษัทสามารถฝ่าวิกฤติและสร้างธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

ทั้งนี้ จากแนวโน้มของการอิ่มตัวในตลาดคอนโดมิเนียม บริษัทจึงได้ตัดสินใจลดความเสี่ยงของธุรกิจด้วยการลดภาระหนี้ลงจาก 90% เหลือเพียง 40% ทำให้ช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 แทนที่บริษัทต้องรัดเข็มขัดทุกอย่าง กลับกลายเป็นโอกาสที่บริษัทสามารถมองหาที่ดินแปลงใหญ่ๆ ทำเลดีๆ ได้ และมีต้นทุนเพียงพอที่จะเลือกซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่บริษัทเปิดโครงการใหม่ได้มากขึ้นตั้งแต่ปี 2564 – 2565 และยังคงเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่องเป็น New High มาจนถึงปีนี้

“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความสำเร็จเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นการสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะ ศุภาลัย เป็นบริษัทที่มีการบริหารจัดการงานก่อสร้างด้วยตนเอง มีการทำงานอย่างครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม”

สำหรับในปี 2566 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ 36,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนเปิดโครงการใหม่ 37 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 32,700 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 8,300 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 41,000 ล้านบาท และงบประมาณการจัดซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์แบ่งเป็น เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 60% และเป็นตลาดภูมิภาค 40% ขณะที่ยอดขายอสังหาฯของศุภาลัยในช่วงครึ่งปีแรก 2566 แบ่ง 55% เป็นของกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วน 45% เป็นของตลาดภูมิภาค

ปลื้มครึ่งปีแรกรายได้กว่าหมื่นล้าน

ไตรเตชะ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 บริษัทยังคงรักษาการเติบโตที่มั่นคงต่อเนื่อง เห็นได้จากความต้องการสินค้าทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมที่สามารถสร้างยอดขายรวมได้ถึง 17,285 ล้านบาท หรือคิดเป็น 48% จากเป้าหมายยอดขาย 36,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายโครงการแนวราบ 11,304 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่และสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 5,981 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการตอบรับที่ดีของลูกค้าในทุกทำเล โครงการที่มีสินค้าสร้างเสร็จพร้อมอยู่ รวมถึงโครงการที่เปิดตัวใหม่

โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากโครงการภูมิภาคของศุภาลัย ทั้งจากยอดขายคอนโดมิเนียม 570 ล้านบาท เติบโต 72% โครงการแนวราบ 7,214 ล้านบาท เติบโต 6% เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงครึ่งปี 2565 ซึ่งโครงการใหม่ที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ, ศุภาลัย บลูเวล หัวหิน, ศุภาลัย เอเลแกนซ์ พหลโยธิน 50 และ ศุภาลัย เลค วิลล์ ภูเก็ต

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้นำเสนอสินค้าสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม มูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเข้ามารองรับการเติบโตของยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง เช่น โครงการศุภาลัย ลอฟท์ สาทร-ราชพฤกษ์ ที่เปิดให้ลูกค้าเข้าตรวจรับห้องชุดและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดไปแล้ว ประมาณ 75% ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

“จุดแข็งของศุภาลัย คือการสร้าง Benefit ให้กับลูกค้ามากที่สุด เมื่อลูกค้าซื้อบ้านของศุภาลัยไปแล้วรู้สึกถึงความคุ้มค่า สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากที่สุด กับสิ่งอำนวยความสะดวกที่บริษัทนำเสนอให้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้าน ขนาด ลักษณะ วัสดุก่อสร้าง ทำเลที่ดีที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผล”

กระจายการลงทุนไปต่างประเทศ

ไตรเตชะ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในต่างประเทศนั้น เป็นการลงทุนในประเทศออสเตรเลียมากว่า 10 ปีแล้ว เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโต และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ เพราะออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ สภาพเศรษฐกิจและการเมืองมั่นคง กำลังซื้อสูง มีการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องที่สำคัญ ค่าเงินมีความผันผวนน้อย

ปัจจุบัน บริษัทลงทุนไปแล้ว 12 โครงการใน 4 เมืองคือ เมือง Melbourne รัฐ Victoria เมือง Geelong รัฐ Victoria เมือง Brisbane รัฐ Queensland เมือง Perth รัฐ Western Australia โดยเริ่มจากเงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้น 10 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 234 ล้านบาท จากนั้นก็เพิ่มขึ้นถึง 41 เท่า เป็น 415 ล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท

โดยศุภาลัย ร่วมกับ Gersh Investment Partners Limited ที่ปรึกษาการลงทุนของศุภาลัยในประเทศออสเตรเลีย พร้อมร่วมลงทุนและบริหารงานกับ 6 หุ้นส่วนทางธุรกิจ ได้แก่ Satterley Property Group บริษัทพัฒนาที่ดินเอกชนใหญ่ที่สุด Peet Limited บริษัทจดทะเบียนอสังหาฯ เก่าแก่ที่สุด ICD Property มีโครงการใหญ่ ทำเลดี ที่สภาพแวดล้อมสวยงาม Stockland Corporation Limited บริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย Mirvac Group เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มี Market Cap อันดับ 2 และ Element Five (Aust) Pty Ltd ที่เชี่ยวชาญการก่อสร้าง

ปัจจุบัน ศุภาลัย สามารถสร้างยอดขายรวมจาก 12 โครงการ คิดตามสัดส่วนการถือหุ้นมีมูลค่า 894 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเทียบเท่า 20,962 ล้านบาท โดยในปี 2565 มียอดโอนกรรมสิทธิ์สูงถึง 121 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเทียบเท่า 2,827 ล้านบาท

เผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง

สำหรับครึ่งปีหลัง 2566 บริษัทได้พัฒนาโครงการใหม่รวม 27 โครงการ มูลค่ารวม 28,610 ล้านบาท เปิดตัวโครงการแนวราบ 26 โครงการ และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ โดยมีการออกแบบผลิตภัณฑ์และเปิดตัวแบรนด์ใหม่ การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมลุยเปิดตลาดอสังหาฯ ในจังหวัดใหม่ๆ ในทำเลศักยภาพเพิ่มเติมด้วย

“จากกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัท มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายรวมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 36,000 ล้านบาท ด้วยการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแล้วครอบคลุม 28 จังหวัด และมีสินค้าพร้อมอยู่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ความพร้อมทางต้นทุนทางการเงิน สร้างสรรค์สินค้าและนวัตกรรมต่างๆ การตลาดและการขาย การบริการอย่างครบวงจร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

สำหรับโครงการแนวราบได้เปิดเพิ่มอีก 4 จังหวัดใหม่ คือ นครปฐม ลำปาง ราชบุรี และจันทบุรี และคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่อีกด้วย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ยอดขายเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยในช่วงไตรมาส 3 ยังเตรียมพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ลูกค้ากับโครงการศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากการโอนฯ ของลูกค้าเช่นกัน และคาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ครบภายในปี 2566 ช่วยผลักดันรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

“เป้าหมายของศุภาลัยคือ ต้องการเติบโตปีละ 15% ทุกปี สามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืนในระยะยาว เปลี่ยนวิกฤติิให้เป็นโอกาส ปรับธุรกิจและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลง”