“ประชาธิปัตย์” ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทำงานเชิงรุก

213

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ขอประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านคงไม่ใช่แค่การตรวจสอบอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการทำงานในเชิงรุก

ราเมศ รัตนะเชวง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

แนวทางการทำงานในเชิงรุกนั้น ตนเคยกล่าวไว้ก่อนพรรคอื่น คือจะใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการผลักดันแก้ปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงการยกร่างและการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การขับเคลื่อนในการแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนทั่วทั้งประเทศที่จำต้องมีการสังคายนากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะที่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566 นายณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ว่า ขณะนี้ยังคงให้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ต่อไป เนื่องจากเป็นกลไกที่ได้มาโดยชอบจากการเลือกของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างถูกต้อง ส่วนข้อกฎหมายที่ระบุว่าพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ ได้นั้น ก.ก.อยู่ในสถานะที่ก้ำกึ่งมาก จะบอกว่าเป็นฝ่ายค้านก็พูดได้ไม่เต็มปาก

นายณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล

“เราชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับ 1 เราขอตำแหน่งประธานสภาฯ ก็ถูกกีดกัน ขอนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ ขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้ ต่อมาขอเป็นฝ่ายค้านก็ยังโดนกฎกติกาต่างๆ ทำให้ไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน ต่อจากนี้ไปพรรคก้าวไกลก็คงอยู่ในสถานะที่เรียกว่า ฝ่ายค้านโดยการกระทำในทางพฤตินัย เรายังสนับสนุนนายปดิพัทธ์ให้ปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ต่อไปอย่างสุดความสามารถ ฉะนั้นเรายังคงไม่ถูกเรียกว่าฝ่ายค้านได้อย่างเต็มรูปแบบ”

การยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีคะแนนรองลงมานั้นก็ไม่มีกติกา เพราะต้องเป็นพรรคที่มีเสียงอันดับ 1 ในซีกค้าน ซึ่งพรรคอื่นๆ ไม่มีเสียงมากกว่า ก.ก. ฉะนั้นก็ไม่สามารถเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ หาก ก.ก.ไม่นำเสนอผู้นำฝ่ายค้านฯ ก็ไม่มีพรรคอื่นที่จะได้ในตำแหน่งนี้ เพราะโดยกติกาแล้วทำไม่ได้ และยังไม่ได้พูดคุยกับ ประชาธิปัตย์ เพราะยังไม่รู้สถานะของ ปชป. เนื่องจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีมีหลายทิศทางจึงไม่รู้ว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล

สำหรับตำแหน่ง ผู้นำฝ่ายค้านฯ กับ รองประธานสภาฯ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะเลือกอะไร แต่ขณะนี้เรายังคงไว้ซึ่งตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งยังไม่ต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้ เนื่องจากรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ยังปฏิบัติหน้าที่ได้อยู่ ส่วนกลไกในการตั้งผู้นำฝ่ายค้านฯ นั้น ต้องเป็นหัวหน้าพรรคโดยตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้หัวหน้าพรรค ก.ก.คือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังคงถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ในสภาได้ และเราไม่มีความประสงค์เปลี่ยนเป็นบุคคลอื่น ฉะนั้นตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ จะต้องว่างเว้นไปก่อน

ส่วนการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้นยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่ต้องประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ หรือต้องลงนามความร่วมมืออะไร แต่การทำหน้าที่ สส.ในฟากฝ่ายค้าน ก.ก.เคยทำหน้าที่นี้ใน 4 ปีที่ผ่านมา รอบนี้ก็คงมีพรรคเป็นธรรมและพรรคไทยสร้างไทย รวมถึงพรรคอื่นๆ ด้วย

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :

นิด้าโพล ชี้ ส่วนใหญ่เชียร์ “อภิสิทธิ์” นั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์