ราคา “น้ำมันดิบ” ขยับขึ้นต่อเนื่อง เบรนท์เฉียด 86 ดอลล์/บาร์เรล หวั่นพายุเฮอริเคนอ่าวเม็กซิโกกระทบการผลิต

200

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคา “น้ำมันดิบ” ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพุธ (30 ส.ค.) หลังจากข้อมูลอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นว่าสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บริโภคเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดของโลกลดลงอย่างมาก และในขณะที่พายุเฮอริเคนในอ่าวเม็กซิโกทำให้นักลงทุนวิตกกังวล

โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ (Brent) สำหรับเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 42 เซนต์ หรือ 0.49% สู่ 85.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 07.48 น. โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนตุลาคมจะสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี (31 ส.ค.2566) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 85.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 41 เซนต์ ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือ 0.62% สู่ระดับ 81.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดยดัชนีทั้งสองปรับตัวขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ในวันอังคาร (29 ส.ค.2566) เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังจากมีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นอีก หลังจากข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐที่อ่อนตัวลง

แหล่งข่าวในตลาดระบุ โดยอ้างตัวเลขของสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกาเมื่อวันอังคาร (29 ส.ค.) ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาดไว้ที่ 11.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งนายโทชิทากะ ทาซาวะ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของฟูจิโตมิ กล่าวว่า การลดลงนี้บ่งชี้ถึงดีมานด์ของบริษัท

ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาดูพายุเฮอริเคนอิดาเลีย ขณะเคลื่อนตัวเหนืออ่าวเม็กซิโกไปทางตะวันออกของแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของสหรัฐ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐระบุว่าภูมิภาคนี้มีสัดส่วนประมาณ 15% ของผลผลิตน้ำมันของสหรัฐ และประมาณ 5% ของการผลิตก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ Chevron Corp บริษัทน้ำมันรายใหญ่ ได้อพยพพนักงานบางส่วนออกจากภูมิภาค แต่การผลิตยังคงดำเนินต่อไป

นักวิเคราะห์คาดว่าซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ขยายเวลาการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจไปจนถึงเดือนตุลาคม 2566 ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตน้ำมันตึงตัว ทั้งนี้จากการคาดการณ์ดังกล่าว แหล่งกลั่นที่สำรวจโดยรอยเตอร์คาดการณ์ว่าราคาขายอย่างเป็นทางการของซาอุดีอาระเบียสำหรับเกรดน้ำมันดิบทั้งหมดที่ขายให้กับเอเชียในเดือนตุลาคมจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในปี 2566

ขณะเดียวกันกองทัพในกาบองเข้ายึดอำนาจเมื่อวันพุธ (30 ส.ค.) ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ และทำให้ตลาดตึงตัวมากยิ่งขึ้น ข้อมูลการติดตามเรือของ Kpler เผยว่า กาบองส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 160,000 บาร์เรลต่อวันไปยังเอเชียตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2566

อ้างอิง : https://www.reuters.com/markets/commodities/oil-prices-rise-large-us-stockpile-draw-hurricane-jitters-2023-08-30/