บทบาทของ Family Holding Company กับธุรกิจครอบครัว

933

โดย ดร.สาธิต ผ่องธัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส Estate Planning and Family office ธนาคารไทยพาณิชย์

สิ่งสำคัญนอกจากการมีเครื่องมือที่ดีแล้วคนในครอบครัวก็ต้องมีความสามัคคี เข้าใจบทบาทของตน และทำหน้าที่ของตนให้ดี เพื่อที่จะทำให้เครื่องมือที่ใช้มีประสิทธิภาพและตรงตามเจตนารมณ์ของการสืบทอดธุรกิจครอบครัวต่อไป

ธุรกิจครอบครัวเมื่อพัฒนาใหญ่ขึ้นอาจใช้การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) หรือที่เรียกกันว่า Family Holding Company ทำหน้าที่เสมือนเป็นแหล่งสะสมทรัพย์สินของกลุ่มครอบครัว และเป็นสำนักงานเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการดูแลสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงทรัพย์สินและธุรกิจให้แก่กลุ่มครอบครัวของตน ซึ่งแต่ละธุรกิจครอบครัวอาจจะมีการจัดโครงสร้างการถือหุ้นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของธุรกิจครอบครัวของตน

โครงสร้างแบบทั่วไปของ Family Holding Company จะมีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ถือหุ้นใน Family Holding Company และ Family Holding Company จะเข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจของครอบครัว (Operating Company) ตามโครงสร้างแบบที่ 1 รวมทั้งหากมีที่ดินหรือทรัพย์สินที่สำคัญอื่นๆ อาจใช้ Family Holding Company เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่เก็บรวบรวมที่ดินหรือทรัพย์สินที่สำคัญๆ ของธุรกิจครอบครัว (Property & Assets Company) ตามโครงสร้างแบบที่ 2

Family Holding Company จะไม่ได้ทำหน้าที่ในการประกอบธุรกิจ ดังนั้น รายได้หลักของ Family Holding Company จะเป็นในรูปแบบของเงินปันผลที่ได้จากการไปถือหุ้นใน Operating Company รวมทั้งอาจใช้ Family Holding Company ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้ โดยบางครอบครัวก็อาจให้สถาบันการเงินเข้ามาช่วยในการให้คำปรึกษาในด้านการบริหารความมั่งคั่งโดยการการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ Family Holding Company

ข้อดีของการจัดตั้ง Family Holding Company มีอยู่หลายประการ เช่น

  • ใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการและส่งต่อทรัพย์สิน/ความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งอาจใช้ป้องกันไม่ให้ธุรกิจครอบครัวตกไปอยู่ในมือของบุคคลภายนอก เช่น ให้สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ถือหุ้นใน Family Holding Company และกำหนดในเอกสารทางกฎหมายเช่น ในข้อบังคับบริษัท และสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น หากเกิดกรณีที่สมาชิกในครอบครัวท่านใดไม่ต้องการจะถือหุ้นต่อไปหรือต้องการขายหุ้นเพราะเหตุผลส่วนตัวจะต้องเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งก็คือสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในธุรกิจครอบครัว
  • ใช้ Family Holding Company เก็บทรัพย์สินของธุรกิจครอบครัวเพื่อช่วยคุ้มครองทรัพย์สินดังกล่าวไม่ให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมายเนื่องจากทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ได้ใช้ประกอบธุรกิจเป็นหลัก
  • ช่วยในการบริหารภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยรายได้ที่เป็นเงินปันผลที่ Family Holding Company ได้รับจาก Operating Company / Property & Assets Company จะได้รับยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากเข้าเงื่อนไขดังนี้
  • Family Holding Company ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง
  • Family Holding Company ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนและหลังจากจ่ายเงินปันผล
  • ไม่มีการถือหุ้นไขว้กัน
  • เมื่อรายได้ที่เป็นเงินปันผลของ Family Holding Company ได้รับยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย สมาชิกครอบครัวอาจพิจารณาจัดสรรเงินดังกล่าวไปลงทุนต่อโดยถือเสมือนว่า Family Holding Company ทำหน้าที่เป็น Cash Pooling Management แล้วค่อยนำเงินที่เหลือมาจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิกในครอบครัว

ถึงแม้การจัดตั้ง Family Holding Company จะมีข้อดีตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวที่มีธุรกิจครอบครัวควรจัดตั้ง Family Holding Company ในบางกรณี เช่น ครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นประกอบธุรกิจ ธุรกิจครอบครัวที่มีขนาดเล็ก ธุรกิจครอบครัวที่ไม่ได้มีอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง อาจยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้ง Family Holding Company เพราะการจัดตั้ง Family Holding Company ขึ้นมาก็จะมีค่าบริหารจัดการต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องจ่ายทุกๆ ปี เช่น ค่าใช้จ่ายของการทำบัญชี ค่าผู้สอบบัญชี ค่าทนายความ รวมทั้ง Family Holding Company ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเหมือนกับ Operating Company ทุกประการ เช่น การจัดประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปีเพื่ออนุมัติงบการเงิน การนำส่งงบการเงินให้แก่กระทรวงพาณิชย์และกรมสรรพากร เป็นต้น

ในกรณีที่ท่านมีความสนใจในเรื่องของการจัดตั้ง Family Holding Company เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น เบื้องต้นท่านก็อาจจะปรึกษาทนายความหรืออาจให้สถาบันการเงินที่มีทีมให้คำปรึกษาในด้าน Wealth Planning and Family Office เช่น SCB ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ท่านเพื่อที่ท่านจะได้นำข้อมูลที่ได้รับไปพิจารณาและหารือร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวของท่าน

ซึ่งสิ่งสำคัญนอกจากการมีเครื่องมือที่ดีแล้วคนในครอบครัวก็ต้องมีความสามัคคี เข้าใจบทบาทของตน และทำหน้าที่ของตนให้ดี เพื่อที่จะทำให้เครื่องมือที่ใช้มีประสิทธิภาพและตรงตามเจตนารมณ์ของการสืบทอดธุรกิจครอบครัวต่อไป