LINEMAN Wongnai ซื้อแรบบิทไลน์เพย์ ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ รับ e-payment ไทยโต

281

หลังจากสัปดาห์ก่อน LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ประกาศเข้าซื้อกิจการ Rabbit LINE Pay (RLP) จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ บริษัท แรบบิทเพย์ ซิสเทม จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด ในสัดส่วนรายละ 33.33%

ส่งผลให้ LINE MAN Wongnai เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RLP ผู้ถือหุ้นรองลงมา คือ Line ประเทศไทย ซึ่งได้มีการปรับโครงสร้างผู้บริหารโดยให้ นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายชอง อิน ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LINE MAN Wongnai เข้ามาควบตำแหน่งเดียวกันใน RLP

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า การซื้อกิจการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมบริการของ RLP เข้ากับระบบนิเวศของ LINE มากขึ้น ได้แก่ LINE MAN, LINE SHOPPING, แอป LINE รวมถึงเครือข่ายร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Wongnai สามารถทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งอีโคซิสเตมของกลุ่มไลน์ก็มีความเป็นอีคอมเมิร์ซสูงอยู่แล้ว เป็นจังหวะที่ดีในการดึง RLP เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพ

ขณะเดียวกันธุรกิจ e-payment ในประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากการทำธุรกรรมการเงินแบบออนไลน์แพร่หลายในไทย อาทิ พร้อมเพย์ การแสกนคิวอาร์โค้ด การใช้วอลเลต หรือกระทั่งเป๋าตัง Goverment Wallet ของไทย ซึ่งริบบิทไลน์เพย์ เป็นธุรกิจด้าน e-payment ในไทยจะเข้ามาตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค

รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาป้อนตลาด และ RLP เตรียมแผนเดินหน้าหาพาร์ตเนอร์รายใหม่ที่สนใจด้าน e-payment มาร่วมทำงานด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโต โดยมองแรบบิทไลน์เพย์เป็น Stategic move ที่ดี

“เราต้องการใช้จุดแข็งจากการเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม LINE MAN และ Wongnai รวมถึงร้านค้าอีกกว่า 5 แสนร้านและไรเดอร์อีกมากกว่า 1 แสนคน เพื่อสร้างประสบการณ์ธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันได้อย่างราบรื่น เราเชื่อว่า RLP เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วย LINE MAN Wongnai อยู่ในสถานะที่โดดเด่นในการผลักดันเศรษฐกิจไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”

อย่างไรก็ดี ตลาด e-payment ในไทยยังมีการแข่งขันสูง ทั้งจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ วอลเลต และจากผู้เล่นรายใหม่ ๆ ซึ่งบริษัทฯ ก็เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงของตลาด และคาดหวังเป็นผู้เล่นหลักในไทยให้ได้

เมื่อถามถึงกรณีนโยบายรัฐบาลดิจิทัลวอลเลต กลุ่มไลน์จะเข้าไปมีส่วนช่วยหรือไม่นั้น นายยอด ตอบว่า ต้องรอดูความชัดเจนของนโยบายก่อน ถ้าฝั่งภาครัฐอยากให้บริษัทฯ ช่วย ในส่วน payment เราสามารถช่วยได้ กระทั่งการเชื่อมโยงกับร้านค้าในฟู้ดดีลิเวอรีระยะ 4-6 กม. ก็ช่วยทำได้ ดังที่เคยมีคงามร่วมมือกันกับโครงการคนละครึ่งในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี