บล.ทิสโก้ แนะทยอยขาย “หุ้นไทย” ล็อกกำไร ช่วงราคาปรับขึ้น

149

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้ แนะนำให้ติดตามว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับเปลี่ยนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต (Dot Plot) หรือไม่จากเดิมในเดือนมิถุนายนที่ FED มองอัตราดอกเบี้ยสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 5.6% และจะลดลงเป็น 4.6% และ 3.4% ในปี 2567F และ 2568F ตามลำดับ หาก FED มีการปรับระดับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไปในทางที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นโลกผันผวนได้ โดยเฉพาะหุ้นในตลาดพัฒนาแล้ว (DM) ที่ปรับตัวขึ้นดีพอสมควรในปีนี้ และระดับการประเมินมูลค่าในปัจจุบันอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว

สำหรับไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลต่อจากนี้ บล.ทิสโก้ คาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ทำให้งบประมาณปี 2567 ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้มีความล่าช้าแน่นอนอย่างน้อย ๆ 3 เดือน

ในแง่ของผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการประเมินของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาดว่าจะกระทบเศรษฐกิจราว 0.2-0.8% หลัก ๆ มาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงโดยเฉพาะการใช้จ่ายด้านลงทุน

ด้านผลกระทบต่อตลาดหุ้น จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปี 2562 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2563 ที่การพิจารณางบประมาณปี 2563 มีความล่าช้า 5 เดือนพบว่า SET Index แกว่งไซด์เวย์ดาวน์

โดยหากไม่คำนึงถึงผลตอบแทนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงงบประมาณล่าช้าดังกล่าว SET Index ให้ผลตอบแทนติดลบ -7.5% หรือเฉลี่ย -1.9% ต่อเดือน

นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ มองเศรษฐกิจไทยปีนี้มีความเสี่ยงโน้มไปด้านต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ +3.6% จากภาคการส่งออกสินค้าที่ยังคงอ่อนแอ และการใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากความล่าช้างบประมาณประจำปี 2567

เพราะฉะนั้น บล.ทิสโก้ มองประมาณการกำไรของตลาดโดยรวมยังมีความเสี่ยงหั่นลงอีก ทำให้ปัจจัยบวกจากการตั้งรัฐบาลไม่น่ามีน้ำหนักผลักดันให้ SET Index ทะลุ 1,600 จุดได้ง่าย ๆ

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ มอง ตลาดหุ้นไทย มีโอกาสปรับขึ้นจำกัด จึงใช้กลยุทธ์เลือกซื้อเป็นรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นที่มีองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อดังนี้

(1) แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดจะดีกว่าครึ่งปีแรก

(2) ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จากมูลค่าที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานมากกว่า 20%

(3) มีปัจจัยบวกในระยะสั้น อาทิ การฟื้นตัวต่อเนื่องของการท่องเที่ยว, การขยายตัวของการบริโภคในประเทศ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ-เดินหน้าประเทศจากภาครัฐ เป็นต้น

หุ้นเด่นที่บล.ทิสโก้แนะนำในเดือนกันยายน คือ BDMS, CENTEL, CPAXT, DMT, MENA, SISB และ TU

ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,550-1,560 จุดและแนวรับต่อไปที่ 1,520-1,530 จุด และแนวต้านสำคัญที่ 1,580 จุด และแนวต้านต่อไปที่ 1,600-1,620 จุด ตามลำดับ