ดีอีเอส ดัน ไปรษณีย์ไทย ฟันเฟืองสำคัญเศรษฐกิจดิจิทัล เดินหน้าธุรกิจ New S – Curve

240

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส เปิดเผยว่า กระทรวงฯ มุ่งเป้าหมายในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

โดยขณะนี้กระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดได้สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ การพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล การทรานส์ฟอร์มหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจให้มีความคล่องตัวด้วยการใข้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและยังมุ่งนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างแต้มต่อให้กับธุรกิจรัฐ และบ่มเพาะกิจการใหม่ที่ใช้ดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้กับคนไทยทุกคน

โดยไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานการสื่อสารและขนส่งของชาติ ภายใต้ดีอีเอส ที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 140 ปี ซึ่งปี 2566 คนไทยจะได้เห็นความทันสมัยที่เกิดขึ้นกับไปรษณีย์ไทยชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งการนำบิ๊กดาต้ามาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของคนไทย การเป็นตัวกลางให้บริการสื่อสารบนช่องทางดิจิทัลเพิ่มเติมจากการสื่อสารและขนส่งแบบดั้งเดิม

อีกทั้งยังมุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจและสังคมด้วยการเป็นเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย เป็นฟันเฟืองในการสร้างรายได้ และเปิดเส้นทางสร้างโอกาสให้กับทุกคน

โดยสิ่งสำคัญที่เป็นลักษณะพิเศษของไปรษณีย์ไทยที่มีต่อทุกภาคส่วนก็คือ “การรู้จริง รู้ใจ” จากการมีปริมาณข้อมูลมหาศาลที่เก็บมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าไปรษณีย์ไทยคือรัฐวิสาหกิจที่ก้าวทันทุกกระแส และปรับตัวได้ดีกับทุกสถานการณ์”

นายรัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจไปรษณีย์ทั่วโลกได้เตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการจัดการด้านขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกันกับไปรษณีย์ไทยได้ให้ความสำคัญกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไปด้วย

สำหรับการแข่งขันที่สำคัญในปีนี้คาดว่าธุรกิจขนส่ง – โลจิสติกส์ จะยังคงมีการแข่งขันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคุณภาพและความรวดเร็วในการให้บริการของผู้ประกอบการแต่ละรายในตลาด ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงจากตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง คณะกรรมการไปรษณีย์ไทยจึงมีนโยบายมุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการในปัจจุบัน

โดยอาศัยจุดแข็งและบริการที่มากกว่าการจัดส่งสิ่งของ/สินค้าไปยังปลายทาง รวมถึงนำจุดเด่นของเครือข่ายไปรษณีย์ ทั้งในส่วนของ Physical Network เช่น ที่ทำการไปรษณีย์ ระบบการขนส่งไปรษณีย์ หรือศูนย์คัดแยกไปรษณีย์ เป็นต้น และ Human Network เช่น พนักงานรับฝาก  บุรุษไปรษณีย์ ที่เข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายไปรษณีย์ทั่วโลกได้ มาใช้เสริมศักยภาพให้รองรับการทำธุรกิจได้ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และสามารถขยายระบบสู่การเป็น Convergence Platform ได้ในระยะต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการ และประธานคณะอนุกรรมการด้านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาดและการสื่อสาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ไปรษณีย์ไทยได้กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานด้วยแนวคิด “ส่งทุกความสัมพันธ์ สู่ทุกความสำเร็จ” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการรักษาตลาดที่สำคัญของไปรษณีย์ไทยเท่านั้น แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของหน่วยงานที่ผ่านการเดินทางมามากกว่า 140 ปี

โดยจะยังคงเป็นผู้ส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ เป็นผู้เชื่อมสัมพันธภาพด้วย “คน” และ“ความเชี่ยวชาญ” ที่จะทำให้ทุกเรื่องราวความสำเร็จของคนไทยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งเน้นความเป็น Top of Mind ที่คนไทยจะนึกถึง ไม่ว่าจะเป็นการมีบริการที่ออกแบบมาเฉพาะและน่าจดจำสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ความเชื่อใจกับคุณภาพที่สัมผัสได้จริง การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆที่นอกเหนือไปจากการสื่อสารและการขนส่งแล้ว ยังเป็นแบรนด์ที่ช่วยแนะแนวทางและนำพาธุรกิจต่างๆ ไปสู่ตลาดที่เหมาะสม เป็นแบรนด์ที่พร้อมก้าวไปกับโลกอนาคตทุกยุค ทุกสมัย

ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมดำเนินตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงดีอีเอส และสหภาพไปรษณีย์สากลที่มุ่งนำความเป็นดิจิทัลมาสู่ทุกภาคส่วนซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายได้นั้นไม่ได้เป็นเรื่องของการลงทุนนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรเพียงอย่างเดียวแต่เป็นเรื่องของการปรับกระบวนการทำงาน และผลักดันให้คนไปรษณีย์ไทยคุ้นชินกับความเป็นดิจิทัลทั้งในเชิงของไลฟ์สไตล์ผู้ใช้บริการ และเครื่องมือใหม่ๆ ที่จำเป็นสำหรับบริการสื่อสาร โลจิสติกส์ รวมถึงอื่นๆ ที่ไปรษณีย์ไทยดำเนินงานอยู่

ไปรษณีย์ไทยนับเป็นกิจการของชาติที่เป็นทั้งผู้ส่งต่อโอกาส และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมกับการสร้างการเติบโต มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของคนไทยในทุกระดับ – ทุกพื้นที่ผ่านโครงข่ายบุคลากรที่ชำนาญงานมากกว่า 38,000 คน เครือข่ายจุดให้บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่กว่า 30,000 แห่ง และ 220 ประเทศทั่วทุกมุมโลก ด้วยความตั้งใจในการเป็นเครือข่ายการเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อคนไทย

ทั้งนี้ เป้าหมายของไปรษณีย์ไทยยังจะพัฒนาทุกกลุ่มธุรกิจที่เป็นบริการดั้งเดิมให้แตกต่างมากขึ้น สามารถเติบโตไปสู่ New S – Curve ได้ อาทิ

  • กลุ่มบริการไปรษณียภัณฑ์ กลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์
  • กลุ่มบริการระหว่างประเทศ
  • กลุ่มบริการค้าปลีก
  • กลุ่มบริการการเงิน
  • กลุ่มบริการอื่นๆ เช่น ธุรกิจที่ร่วมกับพันธมิตร