FETCO พร้อมชงรัฐบาลปรับโฉม SSF -เร่งเครื่องดันท่องเที่ยวฟื้นศก. ใช้เงินน้อย เห็นผลเร็ว

329

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ( FETCO ) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว กลุ่ม FETCO เตรียมนำข้อเสนอและนโยบายส่งเสริมตลาดทุนเพื่อหารือรัฐบาล พร้อมทั้งการเสนอแนวทางเพื่อฟื้นเศรษฐกิจให้ทันปลายปีนี้

โดยขณะนี้ FETCO อยู่ระหว่างการหารือกันภายใน ซึ่งมี นโยบายหลายด้านที่จะเสนอรัฐบาล เช่น

  • การส่งเสริมการลงทุนระยะยาวของนักลงทุน ทั้งเรื่องการออมเพื่อการเกษียณ หรือการออมเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ
  • ตลาดทุนจะมีบทบาทในการช่วยเหลือรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างไร
  • ตลาดทุนสามารถช่วยเหลือกลุ่ม SME พัฒนาชุมชน และสิ่งแวด้อมร่วมกับรัฐบาลได้อย่างไร
  • เสนอแนวทางหลังกองทุนรวมเพื่อการออม(SSF) ที่จะหมดอายุ (ปี 2567) ว่าจะปรับโฉมใหม่เป็นอย่างไร

อีกทั้งแนะนำภาครัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี ซึ่งเรื่องที่เห็นผลลัพธ์เร็วและใช้เงินลงทุนน้อย คือ กระตุ้นภาคท่องเที่ยว เช่น การจัดงบสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) มากขึ้นในแง่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ แคมเปญต่างๆ ซึ่งปัจจุบันภาครัฐเร่งทำในขณะนี้ ทั้งวีซ่าเร่งด่วน หรือฟรีวีซ่า เป็นเป้าหมายที่ดีทำให้ไทยสามารถเปิดประเทศช่วงปลายปีได้สนับสนุนประกอบกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้อยากให้ภาครัฐบาลทำมาตรการกระตุ้นภาคการใช้จ่ายบางส่วน ซึ่งต้องติดตามรอดูรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดำเนินการว่าจะมีนโยบายอย่างไร จะเข้ามาช่วยสนับสนุนภาคการบริโภคในปัจจุบันที่กำลังจะฟื้นตัวให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแตะ 29-30 ล้านคนได้ในสิ้นปี 2566 นี้

“นอกเหนือจากการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวและการบริโภคแล้วอยากให้ภาครัฐบาลสนับสนุนเอสเอ็มอีเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสินเชื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว”

เหตุผลที่เสนอให้สนับสนุนเอสเอ็มอีเนื่องจากกลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบช่วงโควิด จากที่ไม่เคยเป็นหนี้เสียกลับมีหนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวแต่เอสเอ็มอียังขาดแหล่งเงินทุน รวมถึงเอสเอ็มอีตัวเล็กที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก

โดยอยากให้ช่วยเหลือเรื่องการค้ำประกัน สภาพคล่อง เพื่อให้ดำเนินกิจการได้ต่อไป และรองรับการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกที่จะกลับมาฟื้นตัวในช่วงกลางปี 2567

ประกอบกับอยากให้ภาครัฐบาลเร่งผลักดันโครงการเดิมของที่ยังดำเนินการอยู่ ก่อนที่จะผลักดันหรือลงทุนโครงการใหม่ เพื่อให้เม็ดเงินสามารถไหลกลับมาได้อีกรอบ

รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนโดยตรง (FDI) ของนักลงทุนต่างชาติ โดยการปลดล็อกกฎเกณฑ์ต่างๆ หรือความยุ่งยากในการเข้าถึงการลงทุนในไทย

เช่น อาจจัดตั้งทีมงานเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้สำนักนายกฯ เพื่อประสานงานระหว่างกลุ่มนักลงทุนต่างชาติกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกระทรวงต่างๆ เพื่อปลดล็อกให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงรองรับประเด็นการย้ายฐานการผลิตจากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งไทยมีโอกาสในจุดดังกล่าว

นายกอบศักดิ์ มีมุมมองต่อกรณี นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่ายังต้องติดตามรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวจะออกมาอย่างไร

“สิ่งแรกคงเห็นการแก้ไขเรื่องกฎหมายเพื่อรองรับการใช้จ่ายภาครัฐ รวมถึงติดตามการกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณจะมีเพียงพอหรือไม่ และต้องหาเพิ่มเข้ามาอีกเท่าไร เพื่อบริหารสำหรับนโยบายเงินดิจิทัลดังกล่าว รวมถึงเงินงบประมาณเพื่อใช้ลงทุนในนโยบายอื่นๆ ว่าจะใช้ลงทุนอย่างไร”