เปิดเคล็ดลับ สร้าง Family Holding Company ส่งผ่านธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน

1216

โดย ดร.สาธิต ผ่องธัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส  Wealth Planning and Family Office ธนาคารไทยพาณิชย์

ต่อจากบทความที่แล้ว “บทบาทของ Family Holding Company กับธุรกิจครอบครัว” ซึ่งธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่มักจะใช้ Family Holding Company ทำหน้าที่เสมือนเป็นแหล่งสะสมทรัพย์สินของกลุ่มครอบครัวและเป็นสำนักงานเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการดูแลสมาชิกในครอบครัวรวมไปถึงทรัพย์สินและธุรกิจให้แก่กลุ่มครอบครัว ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเอกสารทางกฎหมายที่จะช่วยทำให้ Family Holding Company มีความเข้มแข็งและสามารถใช้ทำหน้าที่บริหารจัดการดูแลสมาชิกในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นก็คือ สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น

  สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น เป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างผู้ถือหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้นที่มีระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกันเองซึ่งอาจรวมถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้นที่มีต่อบริษัท โดยจะมีผลผูกพันเฉพาะผู้ถือหุ้นท่านที่ลงนามในสัญญาเท่านั้น สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นสามารถจัดทำให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจครอบครัวได้แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยทั่วไปการร่างสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นที่ใช้ใน Family Holding Company อาจประกอบด้วยประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา เช่น

  • สัดส่วนของการถือหุ้นของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวรวมทั้งประเภทหุ้นที่ตนถือ
  • ข้อจำกัดในการโอนหุ้นให้แก่บุคคลภายนอก เช่น อาจกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่ต้องการขายหุ้นจะต้องเสนอขายหุ้นของตนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งก็คือสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในธุรกิจครอบครัว
  • กำหนดราคาขายหุ้นที่จะขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
  • การห้ามค้าแข่งกับธุรกิจครอบครัว
  • นโยบายในการบริหารจัดการบริษัท เช่น การลงทุน/ขยายกิจการ การให้กู้กับบริษัทหรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน
  • สิทธิในการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารงานของบริษัท
  • สิทธิในการรับเงินปันผล
  • สิทธิในการลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้น
  • การห้ามนำหุ้นของตนไปจำนำกับบุคคลภายนอก
  • การกำหนดแนวทางแก้ไขในกรณีเกิดข้อขัดแย้งระหว่างกัน

ประเด็นที่ยกมาข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ การให้และจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้น ซึ่งถ้าหากจัดการไม่ดีสมาชิกในครอบครัวก็อาจจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและอาจก่อให้เกิดความบาดหมางใจกันได้ การทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นสำหรับ Family Holding Company จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนซึ่งแต่ละธุรกิจครอบครัวก็จะมีประเด็นที่อ่อนไหวรวมทั้งมีข้อจำกัดหรือความต้องการที่แตกต่างกัน

เมื่อเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนผู้ถือหุ้นอาจหาคนกลางซึ่งก็คือ นักกฎหมายผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้จัดทำร่างสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นให้ตรงตามเจตนารมณ์ของ Family Holding Company การจัดทำร่างสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นโดยผู้เชี่ยวชาญก็จะทำให้สัญญานั้นมีความรัดกุม มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาสำหรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเป็นข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างรับทราบและยินยอมที่จะปฏิบัติตามจึงถือได้ว่าสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยลดความขัดแย้งของสมาชิกในครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะถ้าหากไม่มีสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อขัดแย้งกันขึ้นต่างฝ่ายต่างอาจยึดประโยชน์ของตนเองเป็นหลักและอาจก่อให้เกิดความบาดหมางใจกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวซึ่งในท้ายที่สุดก็จะส่งผลกระทบกับธุรกิจครอบครัวอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการจัดทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นให้มีความรัดกุมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

นอกเหนือจากสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นที่มีความสำคัญก็ยังมีเอกสารทางกฎหมายอีกอย่างหนึ่งที่จะละเลยไม่ได้ และควรที่จะพิจารณาจัดทำให้สอดคล้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้นก็คือ ข้อบังคับของบริษัทซึ่งจะมีผลบังคับใช้ระหว่างบริษัท ผู้ถือหุ้น และกรรมการ

ข้อบังคับของบริษัท เป็นกฎระเบียบภายในของบริษัทที่เป็นเอกสารมหาชนเปิดเผยให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งจะประกอบไปด้วยเรื่องสำคัญที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เช่น การแต่งตั้งกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมคณะกรรมการ การจ่ายเงินปันผล การโอนหุ้น เป็นต้น หากบริษัทใดมีการตั้งหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทก็จะต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยบุคคลทั่วไปสามารถไปขอคัดสำเนาข้อบังคับของบริษัทใดๆ ก็ได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ในความเป็นจริงแล้วข้อบังคับของบริษัทและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นจะไม่ได้มีข้อความที่เหมือนกันทุกประการ ข้อบังคับของบริษัทเป็นเอกสารที่เปิดเผยให้กับบุคคลทั่วไป ในขณะที่สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นจะเป็นเรื่องระหว่างผู้ถือหุ้นและไม่ต้องเปิดเผยกับบุคคลภายนอก ดังนั้น สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นอาจจะมีข้อความที่เป็นการเพิ่มเติมหรือขยายจากข้อบังคับของบริษัท

รวมทั้งสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นอาจมีข้อตกลงที่เป็นเรื่องภายในครอบครัวและธุรกิจครอบครัวที่ไม่ได้ต้องการเปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป เช่น กำหนดไม่ให้ผู้ถือหุ้นทำการค้าแข่งกับธุรกิจครอบครัว คำว่าค้าแข่งในที่นี้อาจรวมถึงการประกอบกิจการด้วยตนเองหรือไปเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทอื่น เรื่องการห้ามค้าแข่งนี้ก็จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่มีครอบครัวใดอยากที่จะเปิดเผยข้อห้ามนี้ให้แก่บุคคลภายนอกทราบ ดังนั้น Family Holding Company โดยส่วนใหญ่จะไม่ระบุเรื่องห้ามค้าแข่งไว้ในข้อบังคับของบริษัทแต่จะไปกำหนดเรื่องห้ามค้าแข่งไว้เฉพาะสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ซึ่งก็เพียงพอที่จะใช้บังคับกับผู้ถือหุ้นท่านที่ลงนามในสัญญาแล้ว

การห้ามค้าแข่งสำหรับธุรกิจครอบครัวเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเพราะผู้ถือหุ้นที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวย่อมจะทราบข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลที่สำคัญในการประกอบธุรกิจครอบครัว เช่น รายชื่อลูกค้า สูตรการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ ฯลฯ หากไม่ได้ระบุเรื่องห้ามค้าแข่งในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นก็อาจทำการค้าแข่งกับธุรกิจครอบครัวโดยอาจนำข้อมูลที่เป็นความลับ หรือข้อมูลที่สำคัญดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ของตน ซึ่งสุดท้ายก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัวและทำให้เกิดความบาดหมางใจระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้

ดังนั้น การจัดทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นอย่างรัดกุมโดยการระบุข้อห้ามหรือข้อจำกัดของผู้ถือหุ้นให้เหมาะสมกับธุรกิจครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงสิทธิของตนและไม่ทำเกินกว่าสิทธิที่ตนมีเพื่อให้ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัว

หาก Family Holding Company ใดมีการจัดทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นไว้แล้วแต่อาจจะไม่รัดกุมหรือไม่ครอบคลุมตามเจตนารมณ์ ท่านก็อาจจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นให้มีความเหมาะสมรวมทั้งแก้ไขข้อบังคับของบริษัทให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อให้เอกสารทางกฎหมายดังกล่าวช่วยทำให้ Family Holding Company มีความเข้มแข็งและสามารถส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนสู่รุ่นต่อไปได้