LHHOTEL ลงทุนเพิ่ม 9.8 พันล้าน 2 โรงแรมพัทยา “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” คาดยีลด์พุ่ง 10% ต่อปี

212

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในเครือ บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และในฐานะ Sponsor ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL)​ เปิดเผยว่า กองทรัสต์ LHHOTELเตรียมลงทุนเพิ่มใน 2 ทรัพย์สินใหม่ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มูลค่ารวมไม่เกิน 9,800 ล้านบาท

ภายหลังการเพิ่มลงทุนครั้งนี้ หนุนมูลค่าสินทรัพย์ (AUM) รวมเติบโตเท่าตัวมากกว่า 20,000 ล้านบาท จาก AUM ปัจจุบัน 12,481 ล้านบาท สินทรัพย์ที่เพิ่มเข้ามาดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง มีอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวอยู่ในระดับสูง

ด้านดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์LHHOTEL กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของโรงแรมที่อยู่ในกองทุนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% สามารถกลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/2565

ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 จ่ายเงินปันผลแล้ว 2 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 0.58 บาทต่อหน่วย และการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ ช่วยให้อายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ

นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มในครั้งนี้จะมาจากการเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 540 ล้านหน่วย และกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 4,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากภาพรวมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่กองทรัสต์ LHHOTEL จะลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมพัทยา 2 โครงการ นับเป็นการกระจายการลงทุนสู่พัทยาเป็นครั้งแรกในทรัพย์สินศักยภาพสูงที่เป็นแลนด์มาร์คของย่านพัทยาเหนือ

ภายหลังลงทุนเพิ่มเติม LHHOTEL จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท และมีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ  รวมถึงมีการกระจายการลงทุนที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนทรัพย์สินในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45%
4,500 ล้านบาท

ด้านประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 1.15 บาทต่อหน่วย หากคิดเงินปันผลจากราคาหน่วยลงทุนของ LHHOTELในปัจจุบันที่ 11-12 บาทต่อหน่วย (อ้างอิงจากรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมติของผู้สอบบัญชี สำหรับงวด 12 เดือน ช่วงเวลาประมาณการวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567) คาดว่าอัตราผลตอบแทน (ยีลด์)ขยับขึ้นไปสูงถึง 10%ต่อปี

นอกจากการจ่ายเงินปันผลที่ดีแล้ว กองทรัสต์ LHHOTEL ยังสามารถฟื้นตัวแข็งแกร่ง ประกอบกับปัจจุบันคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)มีแนวโน้มที่ใกล้จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ส่งเสริมความน่าสนใจในการลงทุนในกองทรัสต์อึกด้วยที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล

อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนหลังจากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับความคืบหน้าการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมนั้น จะเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและนักลงทุนรายใหม่ หลังจากสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีผลบังคับใช้ คาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในเร็วนี้ โดยกำหนดรับสิทธิในวันที่ 25 ก.ย.2566

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวและโรงแรมของประเทศไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 12.9 ล้านคน สูงกว่าปี 2565 โดยทั้งปีที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11.2 ล้านคน

ล่าสุดรัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวรับไฮซีซั่น เช่น นโยบายฟรีวีซ่า เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม

ดังนั้น การลงทุนภายใต้ธีมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจึงน่าสนใจและเป็นโอกาสดีที่จะเข้าลงทุนในกองทรัสต์ประเภทโรงแรมซึ่งจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายดังกล่าว

อีกทั้งในปัจจุบันทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมีแนวโน้มเข้าใกล้จุดสูงสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนในกองทรัสต์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทรัสต์ LHHOTEL ที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มโรงแรมที่มีศักยภาพ

ปัจจุบันกองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินหลัก 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 จำนวน 462 ห้องพัก, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ จำนวน 497 ห้องพัก และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 จำนวน 442 ห้องพัก

นายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า กองทรัสต์ (REIT) เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสรับผลตอบแทนการลงทุนที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาวและมีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าตราสารทุน

โดยเฉพาะ LHHOTEL ที่ลงทุนในโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักและผลการดำเนินงาน รวมทั้งการจ่ายเงินปันผลที่ดี และยังสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากช่วงโควิด-19 หลังจากประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ประกอบกับปัจจุบันคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ มีแนวโน้มที่ใกล้จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว จะส่งเสริมความน่าสนใจในการลงทุนในกองทรัสต์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล

นอกจากนี้หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศและคาดว่า จะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Fund Flow) ที่จะไหลเข้ามาสู่ตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้นด้วย